วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559

รีวิว Pizza Hut กับขอบพิซซ่าแบบใหม่ และไก่อีก 2 สูตร ... โอ้ยยยย กินวนไปค่ะ!!!

ฝนตกไม่เว้นแต่ละวันแบบนี้ บางทีก็เบื่อกับการจะออกไปหาอะไรกินตอนกลางวันเนอะ วันนี้น้ำตาลเลยปิ๊งไอเดีย สั่งพิซซ่ามากินที่ออฟฟิศพร้อมเพื่อนสาวเลยดีกว่า ว่าแล้วก็เปิดเว็บเลยค่ะ Pizza Hut พิซซ่าหมวกแดง พิมพ์ไป www.pizzahut.co.th เพื่อเลือกดูว่าตอนนี้มีเมนูอะไรน่าโดนบ้าง และเป็นการเช็คโปรโมชั่นไปในตัว ว่ามีโปรอะไรน่าสนใจบ้าง

เปิดหน้าเว็บมาก็จะพบกับแบนเนอร์โปรโมชั่นขนาดใหญ่เบิ้ม ทั้งแบบเช็ต และที่สะดุดตามากๆ ก็คือ ซื้อถาดแรก 199 ซื้อถาด 2 ได้ในราคา 99 บาท ทันที!!! โว้ววว คุ้มไปอีก งั้นรอไร กดสั่งเลย ... สำหรับวิธีการสั่ง น้ำตาลจะวงกลมสีเขียวไว้ให้นะคะ


เมนูก็มากมายหลากหลายไปหมด แต่วันนี้เราตั้งใจมาลองของใหม่ค่ะ ตามคำโฆษณาที่เค้าบอกว่า พิซซ่าฮัทสูตรใหม่ อร่อยกว่าเดิม เด๋วจะได้รู้กันว่ามันดีจริงมั๊ย

เริ่มต้นที่การสั่งพิซซ่า ก็เลือกไปเลยค่ะ ที่หัวข้อพิซซ่า จะเอาหน้าอะไร ถาดเล็กลาง ถาดใหญ่ ขอบอะไร แป้งแบบไหน จิ้มเลือกเลยค่ะ

ของใหม่ที่จะลองวันนี้ก็คือ ขอบ เชดดาร์ บาร์บีคิว ค่ะ คือปกติเวลาสั่งพิซซ่า เราจะสามารถเลือกเปลี่ยนขอบพิซซ่าได้นะคะ ซึ่งขอบที่เลือกได้ฟรี ไม่ต้องจ่ายตังเพิ่ม มันจะเป็นฮัท เฟเวอร์ริท ก็ประมาณขอบขนาปังแบบปกตินั่นแหละ ส่วนขอบที่ต้องเพิ่มเงิน ก็จะเป็น ขอบชีส ขอบไส้กรอก ไรงี้

แต่ตอนนี้มีขอบใหม่ คือ ขอบ เชดดาร์ บาร์บีคิว ซึ่งเลือกได้"ฟรี"ค่ะ ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม งั้นก็ลองสิคะ กดไปเลย อ่อ แต่ขอบทั้งหลายแหล่นี้ จะเลือกได้เฉพาะแป้งพิซซ่าที่เป็นแบบหนานุ่มเท่านั้นนะคะ เลือกเสร็จแล้วก็กดปุ่ม สั่งซื้อ สีแดงๆได้เลย


พอซื้อถาดแรกเสร็จ จะมี pop up ขึ้นมาถามว่า ต้องการซื้อถาดต่อไปในราคา 99 บาท รึเปล่า ถ้าสนใจก็กดคำว่า ต้องการ ได้เลยค่ะ แต่ถ้าไม่สนใจให้กดไม่ต้องการ


ถ้าเลือกซื้อถาด 2 ในราคา 99 บาทด้วย ก็จะได้เลือกเพิ่มอีก 1 ถาดค่ะ โดยที่จะมีหน้าให้เลือกเยอะเลย แต่ถ้าเป็นเมนูสุพรีม หรือ ซีฟู้ด จะต้องเพิ่มเงินอีกค่ะ


สำหรับใครที่มีบางอย่างที่ไม่กิน ต้องการให้เอาออก สามารถเลือกที่ส่วนผสม เพื่อติ๊กวัตถุดิบที่ไม่ต้องการออกได้ค่ะ


ใครอยากเลือกแป้งแบบไหนก็ได้ หรือขอบพิซซ่าก็เลือกเปลี่ยนได้ บางเมนูเปลี่ยนฟรี บางเมนูต้องเพิ่มเงิน ขอบใหม่ คือ ขอบ เชดดาร์ บาร์บีคิว ก็ฟรีนะ ใครอยากลอง เชิญเลยจ้า

พอเลือกเสร็จ ก็กดปุ่ม ดำเนินการต่อได้เลย


เสร็จแล้ว ก็จะเจอหน้าสรุปรายการ ของ ถาดที่ 2 ที่เราสั่งไป ถ้าถูกต้องตามที่ต้องการ ก็กดปุ่ม สั่งซื้อ เพื่อทำรายการต่อ


อ่ะ พิซซ่ามีแล้ว งั้นเมนูต่อไปที่ไม่ควรขาด คือเมนูของกินเล่นนั่นเอง ซึ่งอันที่สั่งบ่อยที่สุดก็หนีไม่พ้นเมนูไก่นิวออร์ลีน แต่ๆๆๆ ตอนนี้เค้ามีไก่สูตรใหม่อ่ะ มี 2 สูตร เป็น ไก่แบล็คเปปเปอร์ กับ ไก่โคเรียนการ์ลิค และที่น่าสนใจกว่าสูตร คือเป็นราคาพิเศษ สั่ง 12 ชิ้น แค่ 159 บาท จากราคาปกติ 258 บาท คุ้มสุด ทาสการตลาดอย่างเราจะรออะไร กดเพิ่มไปค่าาาา


โดยเซ็ตน่องไก่ 12 ชิ้นนี้ จะสามารถเลือกผสมได้ 2 รส อยากกินรสอะไร เลือกเลยค่ะ แต่วันนี้อยากลองขอใหม่ เลือกรสใหม่ทั้ง 2 รสเลยแล้วกัน

เริ่มที่ 6 ชิ้นแรก เลือกเป็นไก่แบล็คเปปเปอร์ เลือกเสร็จแล้วกดปุ่ม ดำเนินการต่อ


ต่อไปเลือกอีก 6 ชิ้น เลือกเป็น ไก่โคเรียนการ์ลิค เลือกเสร็จแล้วกดปุ่ม ดำเนินการต่อ


เสร็จแล้วจะถึงหน้าสรุปรายการอาหาร ว่าเลือกอะไรไปบ้าง ถ้าถูกต้องแล้วก็กดปุ่ม สั่งซื้อได้เลย


มาถึงจุดนี้ สั่งเพลิน ไม่รู้ยอดรวมเท่าไหร่แล้วเนี่ย??? เหลือบตามองมุมบนขวา จะเห็นยอดรวมเลยว่ายอดรวมของการสั่งครั้งนี้กี่บาท สั่งไปกี่รายการ ถ้าอยากรู้ว่าสั่งรายการอะไรไปบ้าง กดที่รถเข็น ตรงมุมขนด้านขวาเลยค่ะ รายละเอียดจะขึ้นมาให้ดูแบบละเอียด

และก็มีโผล่การแลกซื้อขึ้นมาอีก ใครอยากได้เพิ่ม กดเลย ใครไม่อยากได้ ปล่อยไว้ตรงนั้น มองข้ามผ่านไปค่ะ ซึ่ง น้ำตาลไม่ใช่สายของหวาน โปรเฮอร์ชี่คุกกี้จึงไม่สามารถกระชากเงินในการเป๋าไปได้ค่ะ 555

ด้านล่างสุด จะมีสรุปยอดรวมที่ต้องจ่ายเงินให้ดู และถ้าใครมีโค้ดโปรโมชั่น ให้ใส่รหัสลงไปในช่องรหัสโปรโมชั่นได้เลยค่ะ พอใส่รหัสเสร็จก็กดปุ่มตรวจสอบ


เมื่อระบบตรวจสอบรหัสโปรโมชั่นส่วนลดเรียบร้อยแล้ว จะทำการลดราคาให้อัตโนมัติ และสรุปราคาให้ใหม่ ว่าเหลือยอดเงินต้องจ่ายเพิ่มเติมอีกเท่าไหร่

สำหรับค่าส่งจะคิดราคาเดียว อยู่ที่ 40 บาท/ การส่ง 1 ครั้ง โดยค่าส่งนี้ใช้ร่วมกับโปรโมชั่นไม่ได้นะคะ ยังไงก็ต้องจ่ายค่าส่ง แต่ก็ให้เค้าไปเหอะ เพื่อความสะดวกสบายของเรา ไม่ต้องตากแดดตากฝนออกไปกินเนาะ ใครอยากให้ทิปพนักงาน ก็ให้กับพนักงานส่งพิซซ่าได้เลยจ้า

ตรวจสอบรายการและยอดชำระเงินเรียบร้อย ก็กดปุ่ม ชำระเงินค่ะ


ใครที่ไม่ได้เป็นสมาชิก และไม่อยากสมัครก็เลือก ดำเนินการต่อแบบผู้ซื้อชั่วคราวค่ะ

แต่ถ้าใครกินบ่อยแนะนำให้สมัครสมาชิกไว้เลยก็จะสะดวกในการสั่งครั้งต่อไปมากๆ เพราะระบบจะบันทึกข้อมูลที่อยู่การจัดส่งไว้ให้เลย แถมมีการสะสมแต้มเอาไว้แลกอย่างอื่นได้ด้วย


ใส่ข้อมูลส่วนตัวลงไปค่ะ ชื่อ-นามสกุล เบอร์มือถือ อีเมล์ ที่อยู่อย่างละเอียด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ส่งพิซซ่า สามารถหาที่อยู่ของเราได้ง่าย

ช่องรายละเอียดเกี่ยวกับออร์เดอร์ สามารถใช่การขอซอสเพิ่มได้นะคะ แต่ขอชีสไม่ได้ค่ะ


ใส่ข้อมูลเรียบร้อยแล้ว จะมีหน้าให้เลือกการชำระเงิน ปกติเลือกซื้อแต่แบบเงินสดค่ะ ง่ายสุด เลือกแล้วกดปุ่มทำการสั่งซื้อ


สั่งเสร็จเรียบร้อยแล้ววววว หลังจากนั้น จะมีข้อความส่งเข้ามาที่โทรศัพท์มือถือว่ากำลังดำเนินการ และส่งออร์เดอร์ยืนยันมาทางอีเมล์

เราก็นั่งรอแบบสวยๆไปค่ะ ในข้อความจะแจ้งว่ารอประมาณ 44 นาที พร้อมมีลิ้งค์สำหรับเช็คสถานะของการจัดส่งให้ด้วย


ผ่านไปซักพัก พิซซ่าก็โทรมาแจ้งว่ารออยู่หน้าออฟฟิศแล้ว อย่ารอช้าค่ะ ขอให้พุ่งตัวไปรับของมา หิวแว้วววว


- พิซซ่าแป้งหนานุ่ม ขอบ เชดดาร์ บาร์บีคิว


จากที่เห็นรุ้สึกได้ว่าหน้าแน่นมาก แฮมชิ้นใหญ่ ไส้กรอกชิ้นใหญ่ ชีสตู้ม สูตรปรับปรุงใหม่ก็อร่อย ทุกหน้าที่สั่งมากินวันนี้อร่อยทุกหน้า ปกติไม่ค่อยกินพิซซ่าเยอะนะแต่วันนี้เบิ้ล 2 ชิ้นไปเลย ส่วนขอบ เชดดาร์ บาร์บีคิว เท่าที่เห็นคือมีผงเชดดาร์ โรบมารอบๆขอบ แต่กินแล้วก็ไม่ได้รู้สึกว่าแตกต่างจากขอบหนานุ่มปกตินะคะ

- เซตน่องไก่รวม เลือกได้ 2 รส 12 ชิ้น : รสชาติใหม่ ไก่แบล็คเปปเปอร์ และ ไก่โคเรียนการ์ลิค


หน้าตาเหมือนกันเป๊ะเลย ส่วนรสชาติต่างกันนิดหน่อย ไก่แบล็คเปปเปอร์ จะออกเผ็ดนิดๆ มีรสพริกไทยนำตามชื่อ ส่วนไก่โคเรียนการ์ลิค จะออกน้ำมันหอย เค็มๆหวานๆ แต่หลังจากที่ลองชิมมาทั้งหมด ส่วนตัว ชอบไก่นิวออร์ลีนมากกว่า

- แถมผักโขมอบชีสอีก 1 จาน
อันนี้ กินที่ร้านอร่อยกว่า เพราะชีสมันไม่ยืดดดดดดด แล้วง่ะ แต่รสชาติก็ยังอร่อยอยู่


โหว ขนาดหน้า กับถาดพิซซ่าจะเท่ากันแล้ว อ้วนเอ๊ยยยยย แต่ ณ จุดนี้ มันเลยจุด(ตัวแตก)นั้นไปแล้ว ดังนั้นกินไปให้สุด!!!!!

ที่สำคัญกว่าคือ คุ้ม!!! ได้ถาด 2 ใน ราคาแค่ 99 บาท เพราะเท่ากับได้ถาดกลางมา 2 ถาด ได้พิซซ่า 12 ชิ้นเลยอ่ะ กินวนไปค่ะ ไม่จุกไม่เลิก ถ้าเหลือก็แช่ตู้เย็น มาเวฟกินได้อีก โว๊ะ ดีจริมๆๆ 

เมนูเค้ามีมากมายหลากหลายสุดนะคะ เมนูเพียบ ทั้งพิซซ่า ของกินเล่น สปาเก็ตตี้ ลองไปจิ้มดูกันเองที่เว็บ Pizza Hut นะคะ บรรยายไม่หมดอ่ะ มันเยอะ ใครสนใจสั่งซื้อออนไลน์ เข้าไปเลยที่ https://www.pizzahut.co.th  สั่งไม่ยากค่ะ และติดตามข้อมูลข่าวสารและโปรโมชั่นต่างๆได้จากหน้าแฟนเพจ https://www.facebook.com/pizzahutthailand จ้า

ฝากกด Like Fanpage ให้ด้วยน๊าาา จิ้มปุ่มด้านล่างได้เลยจ้า :)



หมายเหตุ : ผลิตภัณฑ์นี้ ได้รับการสนับสนุนจาก Pizza Hut และ https://th.revu.net
อ่านต่อ >>>

วันพุธที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2559

รีวิว Mille 6D tattoo brow gel เจลสักคิ้วมิลเล่ แทททูเขียนคิ้ว 6 มิติ!!!

เห็นคำโปรย Mille 6D tattoo brow gel ข้างแพคเกจแล้ว ก็ถึงกับต้องอุทานว่า ... เรามาถึงจุดที่การเขียนคิ้วมีถึง 6 มิติแล้วเหรอเนี่ย 5555+++

แต่ก็เอาค่ะ ถือว่าเค้าทำสำเร็จ เพราะคำว่า 6 มิตินี่แหละ ที่ทำให้เราต้องสอยเจ้า Mille 6D tattoo brow gel เจลสักคิ้วมิลเล่ 6 มิติ แทททูเขียนคิ้วตัวนี้มาไว้ในครอบครอง ซึ่งจริงๆก็ได้ยินชื่อนี้มาน๊านนานแล้วแหละ ว่าอยู่ทนอยู่นานถึง 1 สัปดาห์ แม้จะล้างจะถูก็ไม่หลุดด้วยนะเหวย แล่วๆๆๆๆ งั้นมาดูกันเลยค่ะว่า มันจะดีจริงตามคำโฆษณามั๊ย ไปค่ะ ไปลองดูกัน



สีที่รีวิววันนี้ เป็นสีเข้มที่สุด คือ สี Grey Brown ค่ะ เพราะน้ำตาลเองไม่ได้ทำสีผม คิ้วดำค่อนข้างหนา แต่ว่าหางกุด เพราะกันคิ้วไม่ค่อยจะเป็น แหว่งไป แหว่งมาตลอด 555+++  เลยคิดว่าเลือกสีที่เข้มสุดไปเลยดีกว่า แล้ววาดหางยาวๆหน่อย จะได้ดูธรรมชาติ ไม่หลอกตา

Mille 6D tattoo brow gel เจลสักคิ้วมิลเล่ 6 มิติ ขนาดประมาณฝ่ามือ ไม่เล็กไม่ใหญ่ พาพาได้ง่าย จัดถนัดมือ แต่ไม่รู้ทำไมอันที่ได้มา สีฝาปิดกับสีตัวแท่งมันไม่เหมือนกันอ่ะ งง???

บิดด้านบน จะเป็นหัวพู่กันสำหรับทาคิ้ว ตัวเนื้อเจล จะยืดๆ หยุ่นๆ เนื้อเป็นเหมือนวุ้นๆ นิดๆ ไม่ได้เหลวเป็นน้ำ เวลาทาไปที่คิ้ว เนื้อเจลจะติดเคลือบที่ขนคิ้วค่อนข้างเยอะ ให้ทาเจลหนาๆหน่อยนะคะ


หลังจากทา Mille 6D tattoo brow gel เจลสักคิ้วมิลเล่ 6 มิติ  เรียบร้อยแล้วให้ทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมงค่ะ แต่ในกรณีของน้ำตาล ทาแล้วเผลอหลับ ยิงยาวไปเลยยันเช้า 555+++


พอตื่นมา บริเวญขอบคิ้วก็ลอกออกมาเกือบหมดแล้ว แค่ดึงเบาๆ ตัวแทททูก็ลอกออกมาเป็นแผ่นโดยไม่ต้องแงะ ไม่ต้องแกะใดๆ พร้อมมีขนคิ้วติดมาเล็กน้อย แต่ไม่ต้องกังวล มันไม่เจ็บเลยค่ะ ซึ่งแผ่นแทททูที่ลอกออกมานี้ ถ้ามันโดนน้ำ หรืออยู่ในที่ๆมีความชื้น ก็จะกลายเป็นแผ่นเจลนิ่มๆ หยุ่นๆ ค่ะ


ต่อไป ... ซูมคิ้วแบบ Step By Step


จะเห็นว่าตอนหลังลอกคิ้วแต่ยังไม่ล้างหน้า สีจะเข้มสวยเลย แต่พอล้างหน้า สีหายไปเลยค่ะ!!! จางไป๊ หัวคิ้วกลายเป็นน้ำตาลอ่อน หางคิ้วแทบไม่เหลือ ฮือออออ TT^TT

สรุป ยังไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ เพราะหลังโดนน้ำ สีเพี้ยนไปมาก ถ้าได้สีแบบตอนที่เพิ่งลอก(ยังไม่ล้างหน้า)นะ จะสวยมากเลยอ่ะ แต่เรื่องความทน ก็ติดนานหลายวันตามที่เค้าเคลมนะคะ ใครที่ทำสีผมอ่อนๆ น่าจะโอเค มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ลองเลือกสีกันดูค่ะ น้ำตาลไม่มีครบทั้ง 3 สีนะ งั้นขอเอารูปจากเว็บ www.millebeaute.com มาให้ดูเลยแล้วกัน


ใครสนใจสั่งซื้อ ไปสั่งกันได้ที่เว็บไซต์ www.millebeaute.com หรือติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นต่างๆของ Mille ได้ทางเพจ www.facebook.com/MilleBeaute  เลยจ้า

ฝากกด Like Fanpage ให้ด้วยน๊าาา จิ้มปุ่มด้านล่างได้เลยจ้า :)




อ่านต่อ >>>

วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2559

รีวิว Hada Labo Face Wash ล้างหน้าให้สะอาดหมดจดแบบสาวญี่ปุ่น ด้วยโฟมล้างหน้าฮาดะ ลาโบะ

ผิวสวยสดใส ดูสุขภาพดี เชื่อว่าใครๆก็อยากมีใช่ไหมคะ? ซึ่งนอกเหนือจากการบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอแล้ว สิ่งที่สำคัญมากๆอีกอย่างหนึ่งก็คือ "การล้างหน้า" ดังนั้นสิ่งสำคัญที่เราไม่ควรมองข้ามก็คือ "โฟมล้างหน้า"

ดังนั้นวันนี้น้ำตาลเลยจะขอมาแนะนำโฟมล้างหน้าที่ช่วยให้ทำความสะอาดผิวหน้าของเราให้สะอาดหมดจด ไม่ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื่น และเติมเต็มความนุ่มชุ่มชื่นให้ผิวหลังล้างได้ แถมยังทำให้ผิวหน้านุ่มชุ่มชื่นไม่แห้งตึง พร้อมโชว์ผิวสวยใสแบบสาวญี่ปุ่นได้อย่างมั่นใจ นั่นคือ Hada Labo Face Wash (ฮาดะ ลาโบะ เฟส วอส) นั่นเอง!!!


Hada Labo Face Wash (ฮาดะ ลาโบะ เฟส วอส) คือ โฟมล้างหน้า สำหรับทำความสะอาดผิวหน้าด้วยคุณค่าจากธรรมชาติ มีส่วนผสมหลัก คือ Hyaluronic Acid ที่ช่วยเติมเต็ม และกักเก็บความชุ่มชื่น ทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื่นไม่แห้งตึงหลังล้างหน้า

นอกจากนี้คนที่ผิวบอบบางแพ้ง่ายก็สามารถใช้ Hada Labo Face Wash (ฮาดะ ลาโบะ เฟส วอส) ได้ เพราะโฟมล้างหน้าตัวนี้ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ น้ำมันแร่ น้ำหอม และสี แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนใช้ก็ควรเทสที่หลังหู หรือท้องแขนก่อนนะคะ

Hada Labo Face Wash (ลักษณะเป็นหลอดพลาสติกสีขาว มีตัวอักษรญี่ปุ่นเขียนเต็มหลอด จัดมีรูปภาพต้นอ่อนของต้นไม้ หน้าตาคล้ายๆต้นถั่ว และมีแถบสีม่วงเขียว อ่านอะไรไม่ออกเลยซักตัว ยกเว้นคำว่า Hada Labo แต่อย่าไปสนใจด้านหน้าค่ะ ขอให้พลิกมาข้างหลัง จะพบฉลากภาษาไทยแปะหรา มั่นใจได้ว่าซื้อไม่ผิดแน่นอน 555+++


Hada Labo Face Wash (ฮาดะ ลาโบะ เฟส วอส) มีทั้งหมด 2 สูตร ให้เลือกใช้ได้ตามความต้องการ
สูตรแรก คือ Hada Labo Softening & Whitening Face Wash : โฟมล้างหน้า เพื่อผิวกระจ่างใส นุ่มชุ่มชื่น
สูตรสอง คือ Hada Labo Deep Clean & Blemish Control Face Wash : โฟมล้างหน้า เพื่อผิวสะอาดล้ำลึก ลดปัญหาสิว

ซึ่งวันนี้น้ำตาลจะมารีวิว Hada Labo Deep Clean & Blemish Control Face Wash ซึ่งเป็นโฟมล้างหน้า เพื่อผิวสะอาดล้ำลึก ลดปัญหาสิว โดยเค้ามาพร้อมคุณสมบัติอัดแน่นเต็มหลอด นั่นคือ
- ผสานคุณค่าจากธรรมชาติ ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างล้ำลึก
- ไม่ทำให้ผิวแห้งตึงด้วยแร่ธาตุจากดินภูเขาไฟ 
- ช่วยลดปัญหาสิวให้ผิวเนียนใสด้วยซาลิไซลิค แอซิด 
- พร้อมเติมเต็มและกักเก็บความชุ่มชื่นผิวด้วยไฮยาลูโรนิค แอซิด 
-สูตรอ่อนโยน ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ น้ำมันแร่ น้ำหอม และสี


ตัวเนื้อโฟมล้างหน้าจะเป็นสีขาว เนื้อสัมผัสเป็นครีมๆข้นๆ มีกลิ่นนิดๆ บรรยายไม่ถูกว่ากลิ่นเหมือนอะไร คือไม่หอมแต่ก็ไม่ได้เหม็น เนื้อโฟมไม่มีเม็ดบีดส์แทรกอยู่ ดังนั้นไม่บาดหน้าแน่นอน ลองปาดดูที่ฝ่ามือก็ไม่ไหลย้อย เข้มข้นพอสมควรค่ะ


ต่อไปเข้าสูขั้นตอนการตีฟองโฟมเพื่อล้างหน้า จริงๆแล้วใครมีตาข่ายก็สามารถเอามาใช้กับโฟม Hada Labo Face Wash ได้นะคะ แต่สำหรับรีวิววันนี้ น้ำตาลขอใช้มือถูตามแบบปกติ โดยในภาพแรกจะเป็นการถูแบบหยดน้ำลงไปนิดเดียว ฟองที่ได้ก็จะเป็นฟองแบบละเอียดๆ นี่ถ้าได้ตีโฟมกับตาข่าย น่าจะเป็นวิปโฟมที่ดีงามเลยทีเดียวน๊า


แต่ถ้าใครหยดน้ำลงไปเยอะๆหน่อย จะได้ปริมาณฟองโฟมที่เยอะขึ้น แต่ลักษณะของตัวฟองโฟม จะไม่ละเอียดเท่าแบบแรก ใครชอบแบบฟองฟ่อด เหยาะน้ำลงไปโลดดดดดดไหน เลือกกันตามสะดวกตามใจตามอัธยาศัยได้เลยค่ะ


วิธีล้างหน้าสำหรับน้ำตาลไม่มีเทคนิคอะไรเป็นพิเศษค่ะ แค่พยายามล้างอย่างเบามือที่สุด ไม่ถูหน้าแบบแรงๆ และระหว่างล้างหน้าก็จะใช้ปลายนิ้ว นวดวนๆไปทั่วหน้า เพื่อเป็นการทำความสะอาดผิวและนวดกระตุ้นผิวหน้าไปพร้อมๆกัน หลังจากนั้นก็ล้างด้วยน้ำสะอาดตามปกติได้เลย


ความรู้สึกหลังใช้ พอใจมากค่ะ รู้สึกผิวหน้าสะอาด ความมันลดลง แต่ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง เอานิ้วปาดที่ผิวยังรู้สึกได้ถึงความชุ่มชื่นของผิว และผิวนุ่มเด้งดีค่ะ

ส่วนที่บอกว่า Hada Labo Deep Clean & Blemish Control Face Wash สูตรนี้ช่วยลดสิวได้ด้วย อันนี้ไม่แน่ใจเพราะปกติไม่ได้เป็นสิวเท่าไหร่ แต่ใช้สูตรนี้เพื่อป้องกันสิวไว้ก่อนค่ะ กันไว้ดีกว่าแก้เนอะ


สำหรับใครที่อยากหน้าใสเด้งดึ๋งอิ่มน้ำแบบสาวญี่ปุ่น ต้องเริ่มที่การล้างหน้าด้วย Hada Labo Face Wash นี่เลยจ้า เค้ามี 2 ขนาดให้เลือกกันได้ตามชอบเลยนะ ขนาดใหญ่ ขนาด 100 กรัม ราคา 175 บาท ตามไปซื้อกันได้ที่ Supermarket และ health & beauty store ชั้นนำ หรือถ้าอยากได้ขนาดเล็กแบบพกพาสะดวกก็มี ขนาด 50 กรัม ราคา 89 บาท ซื้อได้ที่ 7-Eleven เค้าก็มีขายทุกสาขาเลย

ใครอยากดูข้อมูลอื่นๆเพิ่มเติม ตามไปส่องกันที่แฟนเพจ We Love Hada Labo ได้เลยจ้า >>>  https://www.facebook.com/WeLoveHadaLabo


ฝากกด Like Fanpage ให้ด้วยน๊าาา จิ้มปุ่มด้านล่างได้เลยจ้า :)




หมายเหตุ : ผลิตภัณฑ์นี้ ได้รับการสนับสนุนจาก Hada Labo และ https://th.revu.net

อ่านต่อ >>>

วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2559

รีวิว แชมพูแห้ง Batiste Dry Shampoo Clean & Classic Original ไอเท่มสำคัญสำหรับคนไม่ชอบสระผม!!!

ค่ะ ตามที่จั่วหัวเลยแหละ ขอสารภาพตามตรงเลยว่า น้ำตาลนี่แหละ คือคนนึ่งที่โคตรจะไม่ชอบสระผมเลย อาจจะฟังดูซกมกนะ แต่ว่าขออธิบายเพิ่มนิดนึงเหอะ สาเหตุที่ไม่ค่อยชอบสระผม เพราะน้ำตาลเป็นคนผมยาวมากค่ะ + ผมเยอะ + ผมเส้นใหญ่เข้าไปอีก ทำให้การสระผมแต่ละครั้ง ต้องรอผมแห้งนาน มว๊ากกกกกก (ก.ไก่ล้านตัว) จะเช็ด จะไดร์ จะหนีบ จะม้วน โอ้ยยยยย เมื่อยแขน และใช้เวลายาวนานเกิ๊น

แต่ตอนนี้ น้ำตาลได้เจอตัวช่วยใหม่ อย่าง Batiste Dry Shampoo ภาษาไทยเรียก ดรายแชมพู หรือแบบง่ายๆบ้านๆกว่านั้น ก็คงเรียกว่าแชมพูแห้งนั่นเอง ที่เรียกแชมพูแห้ง ก็เป็นเพราะว่าใันสามารถช่วยปรับสภาพผมที่มันเยิ้มให้ดูดีขึ้นในเวลาไม่กี่นาที!!! อั๊ยยะๆๆๆ เจอของดีขนาดนี้ ไปลองสิคะ รออะไร???


Batiste Dry Shampoo ที่จะมารีวิววันนี้เป็นสูตร Clean & Classic Original ค่ะ จริงๆมันมีหลายกลิ่นแหละ แต่วันนี้จะขอลองแบบดั้งเดิมดูก่อนดีกว่า อย่างที่บอกไปแล้วว่า Batiste Dry Shampoo คือ แชมพูแห้ง มีลักษณะเป็นสเปรย์ทำความสะอาดเส้นผมโดยไม่ต้องสระ ใช้งานง่ายเพียงแค่สเปรย์ลงบนเส้นผม ช่วยขจัดความมัน ให้ผมลีบแบนให้กลับมามีชีวิตชีวาโดยไม่ง้อน้ำ มอบกลิ่นหอมสะอาดสดชื่นและช่วยให้เส้นผมดูมีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น สามารถใช้ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงด้วยนะ


คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีใช้งาน และรายละเอียดต่างๆ มีฉลากภาษาไทยติดไว้ชัดเจนที่หลังกระป๋อง แต่ที่เห็นชัดเจน ที่ดูว่าเป็นข้อห้าม คำเตือนที่สำคัญ คือ ห้ามพ่นใกล้ไฟหรือบริเวณที่มีประกายไฟ ดังนั้นควรระวังกันเป็นพิเศษด้วยนคะะ

มาๆๆๆ เริ่มต้นจากการเทสดูที่แขนก่อนดีกว่าค่ะ จากที่เห็นลักษณะของ Batiste Dry Shampoo เวลาฉีดออกมาแล้ว ลักษณะจะเป็นเหมือนผงแป้งสีขาว


พอลองเอามือลูบๆดู ก็จะมีลักษณะเป็นผงขาวๆ แห้งๆ เหมือนเวลาทาแป้งเลย


พอเกลี่ยให้ทั่ว ก็จะเห็นว่าผงแป้งขาวๆเคลือบขนแขนไปหมดเลย แต่ถ้าเอาผ้ามาเช็ด ตัวผงแป้งก็จะจางลงค่ะ ดูจากภาพจะเห็นว่าบริเวณขนแขน จะกลายเป็นสีขาวไปเลย


ต่อไปทดสอบด้วยการฉีดลงบนเส้นผมกันเลยค่ะ สำหรับการใช้ Batiste Dry Shampoo Clean & Classic Original จะทดลองด้วยสภาพผมที่ไม่ได้สระมา 4 วัน!!! บอกเลยว่าความมันตรงโคนผมระดับ 10 ส่วนที่เห็นเป็นเส้นขาวๆ ไม่ได้ไฮไลท์อะไรทั้งนั้นค่ะ ผมหงอกล้วนๆ 555+++


เริ่มด้วยการหวีผมให้เรียบร้อย แล้วฉีด Batiste Dry Shampoo Clean & Classic Original ลงไป โดยเวลาฉีด ให้ขวดห่างจากเส้นผมประมาณ 30 ซม. นะคะ จะเห็นว่าเป็นสีขาวชัดเจนเลย ตอนฉีดจะมีกลิ่มหอมอ่อนๆด้วยค่ะ แต่ไม่แนะนำให้ดมนะ เพราะอย่างที่บอกว่ามันเป็นหมือนฝุ่นแป้งค่ะ ดังนั้น ควรกลั้นหายใจไว้ซักแปปตอนฉีดดีกว่าค่ะ


หลังฉีด Batiste Dry Shampoo Clean & Classic Original ลงไปแล้ว ให้เอามือขยำๆ ถูๆ ลูบๆ ยีๆ เส้นผมให้ทั่วๆ ใจเย็นๆค่อยๆยีไปค่ะ คอยดูให้สีผมมันสม่ำเสมอกันด้วย เพราะว่ากันตามจริง มันก็เหมือนเอาแป้งมาโรยหัวอ่ะนะ นวดไม่ดี ยีไม่ทั่ว จะกลายเป็นคุณป้าผมขาวไม่รู้ตัวนะ 555+++


หลังจากขยำๆไปซักแปป จะเห็นได้ชัดเลยว่าโคนผมที่มันๆ ค่อยๆลดความมันลงอย่างเห็นได้ชัด สีผมจะอ่อนลงนิดหน่อย เพราะน้ำตาลผมดำธรรมชาติ ไม่ได้ย้อมสีเลย แต่ถ้าใครที่ทำสีผมอยู่แล้ว ก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไร จะเห็นว่าความมันของผมลดไปเยอะมากเลย ผงแป้งเคลือบเส้นผมได้ดี ไม่มีตกค้างเป็นคราบเหมือนรังแค่ สามารถหวีและแต่งทรงผมได้ตามปกติ ... ต่อไปดูภาพหลังใช้กันค่ะ


หลังใช้ พอใจมากเลยค่ะ ผมดูดีขึ้นเยอะมากๆ ความมันลดลงอย่างชัดเจน จะแสกผม จะหวีปาดก็ทำได้หมดเลย และด้วยความที่ตัว Batiste Dry Shampoo Clean & Classic Original มีกลิ่นหอมอ่อนๆด้วย ดังนั้นหลังใช้ กลิ่นเหงื่อ และกลิ่นตุๆ ที่มีอยู่บนผมก็จะจางลงไปด้วย คือกลิ่นแค่จางลงนะคะ แต่ไม่ได้หายไป ไม่ได้กลับมาหอมเหมือนสระผมนะ ยังไงสระผมก็สะอาดและสดชื่นกว่าค่ะ


ใครสนใจลองถามอากู๋(เกิ้ล) ดูได้เลยนะคะ ว่าจะซื้อได้ที่ไหน แต่เท่าที่เจอ จะมี 2 ขนาด คือ ขวดยาวขนาดจริง 200 มล.  ราคาจะอยู่ประมาณ 250 บาท ส่วนที่น้ำตาลเอามารีวิว จะเป็นขวดเล็กขนาดพกพา 50 มล. จ้า

ปล. หลังใช้  Batiste Dry Shampoo Clean & Classic Original น้ำตาลยังสามารถหมักหมม ไม่สระผมต่อไปได้อีก 2 วันด้วยแหละ โดยคนรอบข้างไม่ทัก ไม่รู้สึกถึงความผืดปกติ ดี๊ย์ดีเนอะ 555+++ (มันใช่เรื่องน่าโชว์ม๊ายยยยย) พอแค่นี้ดีกว่า บรัยยยยย ^^

ฝากกด Like Fanpage ให้ด้วยน๊าาา จิ้มปุ่มด้านล่างได้เลยจ้า :)




หมายเหตุ : ผลิตภัณฑ์นี้ ได้รับการสนับสนุนจาก Batiste Dry Shampoo และ https://th.revu.net

อ่านต่อ >>>