วันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2559

รีวิว W7 Sponge Applicator จะปล่อยให้มือเลอะเวลาแต่งหน้าไปทำไม? มาใช้แปรงเกลี่ยรองพื้นกันดีกว่า

ใครกำลังมีปัญหามือเลอะหลังลงรองพื้นกันบ้างคะ?  แล้วบางทีแล้วเผลอเอามือไปจับเสื้อผ้า มันจะเป็นคราบรองพื้นติดเป็นปื้นที่เสื้อเลย ยิ่งช่วงนี้ต้องใส่สีเข้ม ถ้าเลอะเสื้อผ้าขึ้นมาทีก็คือแย่อ่ะค่ะ ซึ่งถ้าใครกำลังเจอปัญหาแบบเดียวกันนี้อยู่ วันนี้น้ำตาลมีตัวช่วยใหม่ ที่มาช่วยแก้ปัญหานี้มารีวิวให้ดูกัน นั่นคือ W7 Sponge Applicator (สปองจ์ แอพพลิเคเตอร์)



W7 Sponge Applicator (สปองจ์ แอพพลิเคเตอร์) แปรงเกลี่ยรองพื้นที่จะช่วยทำให้สาวๆสะดวกในการแต่งหน้ามากขึ้น ขนาดกระทัดรัด พกพาสะดวก วัดความยาวจากปลายแท่งไม่ถึงปลายแหลมฟองน้ำได้ 15 ซม. ด้ามจับที่เป็นไม้นอกจากสวยแล้วยังจับได้ถนัดมือ ไม่ลื่น ไม่หลุด


และความพิเศษของ W7 Sponge Applicator (สปองจ์ แอพพลิเคเตอร์) นี้ก็คือ แปรงเกลี่ยรองพื้นอันนี้ทีหัวฟองน้ำถึง 3 แบบในแท่งเดียว!!! ทำให้เราสามารถใช้ได้ทั่วทั้งใบหน้า
- ด้านเรียบ ใช้กับบริเวณกว้างเช่นแก้ม-หน้าผาก
- ด้านแหลมที่ปลายฟองน้ำ ใช้เก็บตามมุมหางตา มุมหัวตา ข้างจมูก
- ส่วนด้านนูน น้ำตาลไม่ได้ใช้อ่ะ แค่ 2 ด้าน ก็ทาครบทั้งหน้าแล้ว 555


วิธีการใช้ W7 Sponge Applicator (สปองจ์ แอพพลิเคเตอร์) แปรงเกลี่ยรองพื้นให้เนียน ให้ทำ 3 ขั้นตอนแบบนี้นะคะ

1. นำโฟมฟองน้ำไปจุ่มน้ำ และบีบน้ำทิ้ง ให้ตัวโฟมฟองน้ำแห้งหมาด ๆ


2. บีบครีมรองพื้นไว้ที่หลังมือ และนำโฟมฟองน้ำไปแตะ ๆ ที่รองพื้น


3. หลังจากนั้นนำโฟมฟองน้ำที่มีรองพื้นติดอยู่ มากด ๆ ให้ทั่วใบหน้า ค่อยๆเกลี่ยรองพื้นให้เรียบเนียน


จากการทดลองใช้ รู้สึกว่า W7 Sponge Applicator (สปองจ์ แอพพลิเคเตอร์) ใช้งานได้ง่ายมากๆ ตัวฟองน้ำนุ่ม เนื้อละเอียด ไม่รู้สึกระคายผิวเวลาใช้เลย เกลี่ยรองพื้นได้เนียนดี ด้ามจับทำจากไม้ จับถนัดมือ ตัวฟองน้ำมีทั้งด้านแบน ด้านนูน สามารถใช้งานได้ทั่วทั้งใบหน้า หัวแหลมตรงปลาย ก็สามารถใช้กับบริเวณมุมหัวตา ข้างจมูกได้ด้วย สะดวกและง่ายสุดๆ


แต่ปกติแล้วน้ำตาลจะแต่งหน้าในรถอยู่บ่อยๆ ทำให้ไม่ค่อยสะดวกกับการต้องเอาฟองน้ำไปชุบน้ำก่อน ซึ่งจากการทดลองเกลี่ยรองพื้นแบบไม่จุ่มน้ำ ก็สามารถทำได้ดีเหมือนกัน แต่จุ่มน้ำจะเกลี่ยได้ง่ายกว่า เนียนกว่า ดูหนาน้อยกว่านะ

ใครสนใจอยากได้ W7 Sponge Applicator มีจำหน่ายที่ EveAndBoy หรือจะสั่งซื้อจากหน้าเว็บของ W7 โดยตรงเลยก็ได้ ที่ http://w7.co.th ราคาเบาๆ แค่ 295 บาทเท่านั้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือติดตามข่าวสารของ W7 ได้ที่แฟนเพจ  www.facebook.com/W7CosmeticsThailand จ้า


ฝากกด Like Fanpage ให้ด้วยน๊าาา จิ้มปุ่มด้านล่างได้เลยจ้า :)




หมายเหตุ : ผลิตภัณฑ์นี้ ได้รับการสนับสนุนจาก W7 และ https://th.revu.net


อ่านต่อ >>>

วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2559

รีวิว บิงซูยาคูลท์ใส่เยลลี่ปีโป้ ร้านใจเย็น คาเฟ่ (Jaiyen Cafe') สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว

หลังจากกินของคาวเสร็จเรียบร้อย งานของหวานก็ต้องตามมา มันถึงจะครบสูตร ใช่มั๊ยคะ??? ระหว่างกำลังเดินหาร้านของหวานกับแก๊งเพื่อนสาว ณ เซ็นทรัลลาดพร้าว สายตาก็มาสะดุดกับร้านน่ารักๆร้านนึง ตกแต่งด้วยโทนสีอบอุ่น เน้นเฟอร์นิเจอร์ไม้และตกแต่งด้วยต้นไม้ดูสบายตา ที่ชื่อร้านว่า ใจเย็น คาเฟ่ (Jaiyen Cafe')


ร้านใจเย็น คาเฟ่ (Jaiyen Cafe') ตั้งอยู่ที่ชั้น 3 เซ็นทรัลลาดพร้าว ฝั่ง BCC Hall ขึ้นบันไดเลื่อนมาจากโซนธนาคาร จะเจอร้านฟูจิอยู่ด้านขวามือ เดินไปหน้าร้านฟูจิแล้วหันซ้าย เดินตรงไปเรื่อยๆ ไม่ถึง 20 ก้าว จะเห็นร้านใจเย็น คาเฟ่ (Jaiyen Cafe') อยู่ทางซ้ายมือ อยู่บริเวณหัวมุม หาไม่ยากเลยค่ะ

ในร้านตกแต่งน่ารักดี มีที่ให้นั่งค่อนข้างเยอะเลย โต๊ะนึงจะนั่งได้ 2-4 ที่ ด้านในมีที่นั่งอีก แต่คนนั่งเต็มหมด เลยขอถ่ายภาพมาให้ดูเฉพาะมุมที่ยังว่างๆอยู่บริเวณหน้าร้าน


สำหรับเมนูที่สะดุดตา คือเมนูนี้เลยค่ะ "บิงซูยาคูลท์ใส่เยลลี่ปีโป้" คือจริงๆที่ป้ายเขียนว่าเป็นโยเกิร์ตนะ แต่คุยกับน้องพนักงานที่เคาน์เตอร์ เค้าอธิบายว่ามันคือน้ำแข็งใสยาคูลท์ หน้าตาก็ดูดีอ่ะเนอะ แล้วกำลังเดินหาอะไรแก้เลี่ยนอยู่พอดีด้วย งั้นลองเมนูนี้เลยค่าาาาาา


เวลาสั่ง ให้เดินไปสั่งและจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์หน้าร้านก่อน หลังจากนั้นพนักงานจะเอาของหวานมาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะพร้อมช้อนค่ะ


มาแว๊วววววววว  "บิงซูยาคูลท์ใส่เยลลี่ปีโป้" หน้าตาเป็นแบบนี้นี่เองงงงง ตัวบิงซูเป็นเกล็ดน้ำแข็งใสรสชาติเปรี้ยวนิดๆเหมือนที่กินยาคูลท์นั่นแหละ ตัวท้อปปิ้งครีมเบอร์รี่ รสชาติเหมือนโยเกิร์ต เวลากินคู่กันช่วยตัดความเปรียวของตัวน้ำแข็งใสได้ดี เยลลี่ปีโป้ ก็หนึบๆแบบปีโป้นั่นแหละ ซึ่งนอกจากจะโรยหน้ามาให้ด้านบนแล้ว ยังมีปีโป้เผื่อมาให้อีก 1 แก้วเล็ก กินกันได้เต็มที่ ไม่ต้องแย่งกัน


ขนาดของ "บิงซูยาคูลท์ใส่เยลลี่ปีโป้" ถ้วยนี้ ไมใหญ่มากนะคะ ประมาณฝ่ามือ หรือประมาณถ้วยน้ำซุปในร้านอาหารญี่ปุ่น แต่ถ้วยเดียวนี่ก็แบ่งกินกัน 4 คนได้ชิวๆอยู่นะ แต่ถ้าใครชอบกินยาคูลท์มากกกกกก จะกินถ้วยนี้คนเดียวก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร



ค่าเสียหายของเมนู "บิงซูยาคูลท์ใส่เยลลี่ปีโป้" อยู่ที่ 145 บาท ใครสนใจ ลองแวะไปชิมกันได้ค่ะ ร้านใจเย็น คาเฟ่ (Jaiyen Cafe') เค้ามีหลายสาขาเลย แต่ไม่แน่ใจว่าเมนูนี้จะมีขายตลอดรึเปล่า ยังไงลองเข้าไปสอบถามจากหน้าร้าน หรือแฟนเพจ  https://www.facebook.com/jaiyencafe

แถมตอนนี้ใกล้วันวันฮาโลวีน ทางร้านเค้ามีเมนูพิเศษด้วยนะเออ หน้าตาแบบในรูปข้างล่าง เกร๋ป๊ะล่ะ แต่ไม่บอกนะว่ามันคืออะไร ใครอยากรู้ตามไปอ่านที่รีวิวของ Kaosuaylunla Diary ได้เลยจ้า



ฝากกด Like Fanpage ให้ด้วยน๊าาา จิ้มปุ่มด้านล่างได้เลยจ้า :)

อ่านต่อ >>>

วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2559

รีวิว Biore Perfect Cleansing Water Oil Clear คลีนซิ่งวอเตอร์สูตรน้ำแร่ ล้างทั้งเครื่องสำอาง และความมัน ในครั้งเดียว

สาวๆคงจะรู้จักกันสิ่งที่เรียกว่า Cleansing Water (คลีนซิ่งวอเตอร์) กันอยู่แล้วใช่ไหมคะ แต่ถ้าใครยังไม่รู้จัก น้ำตาลขออธิบายให้เข้าใจแบบง่ายๆ ว่า Cleansing Water (คลีนซิ่งวอเตอร์) คือผลิตภัณฑ์สำหรับล้างเครื่องสำอางและทำความสะอาดผิวหน้า ที่มีลักษณะเป็นน้ำใสๆ นั่นเอง

ซึ่งความพิเศษของ Cleansing Water (คลีนซิ่งวอเตอร์) ที่ดึงดูดความสนใจของน้ำตาลมากที่สุด ก็คือมันสามารถใช้เช็ดเครื่องสำอางและล้างหน้าได้ในขั้นตอนเดียว!!!!

เห้ยยยยย มันเกิดมาเพื่อ(คนขี้เกียจแบบ)ช้านนนนนนน #กรีดร้องสุดเสียง

ทำไมต้องกรี๊ดเบอร์นั้น เพราะการล้างเครื่องสำอางหลายขั้นตอน มันน่าเบื่อและเสียเวลา แถมเช็ดๆถูๆหลายรอบ หน้าก็เหี่ยวอีกไงจ๊ะ ดังนั้นถ้ามันสามารถทำให้จบได้ในขั้นตอนเดียว ก็ถือว่าดี ก็ถือว่าเหมาะ ใช่มั๊ยล่ะ

เกริ่นมาซะยาวขนาดนี้ คงรู้แล้วเนอะว่าจะมารีวิวอะไร และสิ่งที่เราจะมารีวิววันนี้ก็คือ Biore Perfect Cleansing Water คลีนซิ่งวอเตอร์สูตรน้ำแร่ เพิ่มไมเซล่าเข้มข้น จากบิโอเรนั่นเอง!!!


Biore Perfect Cleansing Water (อ่านว่า บิโอเร เพอร์เฟค คลีนซิ่ง วอเตอร์) คลีนซิ่งวอเตอร์สูตรน้ำแร่ เพิ่มไมเซล่าเข้มข้น พัฒนาจากเทคโนโลยีประเทศญี่ปุ่น โดยแบ่งเป็น 2 สูตร ให้เหมาะกับสภาพผิว คือ สูตร Oil Clear ฉลากสีฟ้า : สำหรับผิวผสม-ผิวมัน และ สูตร Soften Up ฉลากสีชมพู : สำหรับผิวธรรมดา-ผิวแห้ง

คำโฆษณาของแบรนด์ เค้าบอกว่า ผิวใส ไกลสิว ไม่ต้องซ้ำ เช็ดครั้งเดียวออกมากกว่า ทั้งเมคอัพ และความมัน การันตีความอ่อนโยนด้วยคุณสมบัติ 7 ประการ ได้แก่
1) มีการทดสอบการแพ้ ผลการทดสอบคือ อ่อนโยน ไม่แพ้
2) อ่อนโยนต่อดวงตา ใช้บริเวณดวงตาได้
3) ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน
4) ค่า pH เทียบเท่ากับผิวหน้า
5) ไม่มีแอลกอฮอล์
6) ไร้สี
7) ไม่มีน้ำมัน

โหววววว เคลมใหญ่ เคลมเยอะ แต่จริงรึป่าว ก็ต้องลองสิคะ งั้นตามมาเลยค่ะ มาดูกันว่า Biore Perfect Cleansing Water จะล้างเมคอัพได้ดีแค่ไหน สำหรับวันนี้ สูตรที่จะมารีวิวคือ Biore Perfect Cleansing Water Oil Clear ฉลากสีฟ้า : สำหรับผิวผสม-ผิวมัน ค่ะ


จะบอกว่าตัวหัวปั๊มทั้ง 2 สูตร จะเป็นสีชมพูเหมือนกันนะคะ ดูผ่านๆอาจจะคล้ายกัน ให้ดูชัดๆที่ฉลากค่ะ ถ้าฉลากสีฟ้า จะเป็นสูตร Oil Clear ถ้าฉลากสีชมพูจะเป็น สูตร Soften Up สำหรับผิวธรรมดา-ผิวแห้ง

มาพร้อมขวดใหญ่ขนาด 300 มิลลิลิตร (สูงประมาณ 1 ฝ่ามือ) และเป็นหัวปั๊มกดๆ โดยที่ตรงหัวปั๊มจะมีตัวล๊อคคอไว้ให้ ป้องกันใครเผลอไปโดนหัวกด ตัวคลีนซิ่งวอเตอร์จะได้ไม่ทะลักออกมา วิธีการเอาหัวล๊อคออก ก็แค่ดึงออกเบาๆแค่นั้นเอง ถ้าต้องการล๊อคใหม่ก็สวมกลับเข้าไปได้เลย


ก่อนจะลองใช้จริง เรามาดูคำเคลมของแบรนด์กันก่อนค่ะ เค้าบอกว่า ประสิทธิภาพของคลีนซิ่งวอเตอร์สูตรใหม่ของ Biore Cleansing Water คือ

- อุดมด้วย Micelles (ไมเซล่า) เข้มข้นกว่าเดิม จึงมีประสิทธิภาพการดูดจับคราบเมคอัพออกได้ดีกว่า เช็ดออกง่ายกว่า สะอาดกว่า

- มีความชุ่มสำลีมากกว่าเดิม จึงลดการเสียดสีผิว ผิวไม่เกิดรอยแดง

- ไม่ต้องเช็ดซ้ำๆ ย้ำๆ เพียงเช็ดแรกด้วยความเบามือ เมคอัพก็สลายออกได้อย่างสะอาดหมดจด

- สามารถเช็ดเมคอัพได้ทั้งใบหน้า แม้กระทั่งเครื่องสำอางกันน้ำรอบดวงตา

- ผสานคุณค่าน้ำแร่ธรรมชาติจาก Japan Alps ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นคลีนซิ่งแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวในไทยที่มีจุดเด่นในเรื่องสูตรน้ำแร่ โดยน้ำแร่จะช่วยให้ผิวเนียนใส

- เช็ดออกแม้กระทั่งความมัน ไม่ทิ้งสิ่งอุดตัน ผิวใส ไกลสิว

- พัฒนาจากเทคโนโลยีประเทศญี่ปุ่น โดยแบ่งเป็น 2 สูตร ให้เหมาะกับสภาพผิว สูตร Oil Clear ขวดสีฟ้า สำหรับผิวผสม-ผิวมัน สูตร Soften Up ขวดสีชมพู สำหรับผิวธรรมดา-ผิวแห้ง

- ทั้ง 2 สูตรเป็นสูตร anti acne ลดปัญหาสิว ไม่ก่อให้เกิดสิวอุดตัน

อืมมมมมมมมม ถ้าโปรยมาขนาดนี้ ลองใช้เลยเหอะเนอะ 555+++


ลักษณะจะเป็นน้ำใสๆเลยค่ะ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ บางๆ ที่เห็นนี่คือกดออกมา 1 ปั๊มนะคะ จำนวนเยอะพอสมควรเลยแหละ ลองถูๆดูจนแห้ง มือก็ไม่รู้สึกเหนียวเลยค่ะ สมกับที่เป็นคลีนซิ่งวอเตอร์สูตรน้ำแร่

เราจะเริ่มต้นด้วยการทดลองโดยใช้เครื่องสำอางวาดหน้านางแบบลงบนขาไปเลยค่ะ นางแบบแต่งออกมาหน้าบูดเป็นตรูดเชียว หน้ามีความเหวี่ยง 555++

ที่ลงไปก็จะมีคอนซีลเลอร์ แป้งรองพื้น ที่เขียนคิ้ว อายไลน์เนอร์ มาสคาร่า บลัชออน และลิปจุ่มค่ะ พอแต่งเสร็จ ก็เอาสำลี กด Biore Perfect Cleansing Water Oil Clear จำนวน 1 ปั๊ม แล้วแปะลงไป กดๆ ยีๆ เบาๆ นับ 1-5 ค่ะ


หลังจากนั้นปาดสำลีเช็ดเครื่องสำอางออก ออกแรงกดนิดนึงไม่แรงมาก ปาด 1 ครั้ง ได้ผลคือออกเกือบหมดทุกอย่าง ยกเว้นมาสคาร่าค่ะ จริงๆตอนเช็ดออกมาสำลียังชุ่มๆอยู่เลย จะใช้สำลีอันเก่าถูต่อก็ได้ แต่อยากเห็นผลกันชัดๆ ก็เลยเอาอีกแผ่นเช็ดรอบ 2 ค่ะ ผลคือเช็ดออกหมดเลย ยกเว้นมาสคาร่า


อ่ะ ลองที่ขาแล้ว งั้นต่อไปลองที่หน้าบ้างค่ะ ซึ่งในภาพ เหมือนไม่ได้แต่งเลยใช่มะ แต่จริงๆคือแต่งแล้วนะ แต่แต่งบางๆ ไม่โบกหนา พอเจอไฟส่องมันก็จางง่ะ เป็น Every Day Look นี่แหละ ซึ่งในรูปคือออกไปตะลอนๆนอกบ้านมาแล้ว กลับมาบ้านมันก็เลยจางบ้างไรบ้างตามสภาพค่ะ


สำลีที่เห็น กด Biore Perfect Cleansing Water Oil Clear จำนวน 2 ปั๊มนะคะ แต่คงเห็นไม่ชัดใช่มั๊ย ว่าเช็ดอะไรออกมาได้มั่ง ไม่เป็นไรค่ะ ซูมมมมมมมมมมมมมมมมมม


จะเห็นว่าแผ่นแรก สามารถเช็ดออกมาได้เยอะมาก โดยทำความสะอาดได้ทั้งเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกบนใบหน้า เพราะอย่างที่บอกว่าแต่งหน้าไม่หนา แต่ออกมาแผ่นแรกดำปี๋เลย แสดงว่ามันช่วยทำความสะอาดพวกสิ่งสกปรกอื่นๆออกมาด้วย

จากการทดลองใช้ ในเรื่องการทำความสะอาด ถือว่าเป็นที่น่าพอใจค่ะ และอย่างที่บอกว่ามีส่วนผสมของน้ำแร่ด้วย หลังใช้ก็เลยรู้สึกเหมือนล้างหน้าแล้ว คือหน้าไม่มัน ไม่เหนียวเลย ถ้าง่วงๆ อาจเผลอหลับโดยไม่ล้างหน้าได้เลยนะเนี่ย 555+++

และที่น่าประทับใจมากกว่านั้น คือเวลาเช็ดบริเวณดวงตา ไม่รู้สึกว่าแสบตา หรือระคายเคืองเลย ทั้งๆที่เช็ดตอนใส่คอนแทคเลนส์ด้วย อันนี้ดีมาก ชอบสุด แล้วมาสคาร่าก็เช็คออกด้วยนะ ทั้งๆที่ตอนลองบนขามันล้างไม่ออก สงสัยมาสคาร่าติดที่ขนตาแน่นน้อยกว่าที่ขาล่ะมั๊ง หรือว่าปัดมาสคาร่าไม่หนาก็เลยออกหมด ไม่รุ้สิไม่แน่ใจ แต่คือมันเช็ดมาสคาร่าออกด้วย

ส่วนที่ขอตินิดนึง คือเรืองหัวปั๊มค่ะ คือมันสะดวกนะ แต่เวลากดออกมา คลีนซิ่งวอเตอร์มันออกมาเยอะไปอ่ะ สำลีชุ่มเกิน แอบเปลือง


ใครสนใจสามารถหาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไปเลยค่ะ มี 2 สูตร คือ สูตร Oil Clear ฉลากสีฟ้า : สำหรับผิวผสม-ผิวมัน และ สูตร Soften Up ฉลากสีชมพู : สำหรับผิวธรรมดา-ผิวแห้ง 

ขวดใหญ่ขนาด 300 มิลลิลิตร ราคาขวดละ 390 บาท และตอนนี้มีขนาดพกพา 90 มิลลิลิตร แล้วด้วยนะ ราคาขวดละ 129 บาท (สำหรับขวดเล็กสามารถซื้อได้ที่ Tops Big C นะคะ ส่วนที่ Watson จำหน่ายถึงวันที่ 15 พ.ค. 58 นี้เท่านั้น)

ติดตามข่าวสาร หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ Biore ได้ที่เว็บไซต์ http://www.biorethailand.com หรือแฟนเพจ https://www.facebook.com/Biorethailand

ฝากกด Like Fanpage ให้ด้วยน๊าาา จิ้มปุ่มด้านล่างได้เลยจ้า :)




หมายเหตุ : ผลิตภัณฑ์นี้ ได้รับการสนับสนุนจาก Biore และ https://th.revu.net

อ่านต่อ >>>

วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559

รีวิว Pizza Hut กับขอบพิซซ่าแบบใหม่ และไก่อีก 2 สูตร ... โอ้ยยยย กินวนไปค่ะ!!!

ฝนตกไม่เว้นแต่ละวันแบบนี้ บางทีก็เบื่อกับการจะออกไปหาอะไรกินตอนกลางวันเนอะ วันนี้น้ำตาลเลยปิ๊งไอเดีย สั่งพิซซ่ามากินที่ออฟฟิศพร้อมเพื่อนสาวเลยดีกว่า ว่าแล้วก็เปิดเว็บเลยค่ะ Pizza Hut พิซซ่าหมวกแดง พิมพ์ไป www.pizzahut.co.th เพื่อเลือกดูว่าตอนนี้มีเมนูอะไรน่าโดนบ้าง และเป็นการเช็คโปรโมชั่นไปในตัว ว่ามีโปรอะไรน่าสนใจบ้าง

เปิดหน้าเว็บมาก็จะพบกับแบนเนอร์โปรโมชั่นขนาดใหญ่เบิ้ม ทั้งแบบเช็ต และที่สะดุดตามากๆ ก็คือ ซื้อถาดแรก 199 ซื้อถาด 2 ได้ในราคา 99 บาท ทันที!!! โว้ววว คุ้มไปอีก งั้นรอไร กดสั่งเลย ... สำหรับวิธีการสั่ง น้ำตาลจะวงกลมสีเขียวไว้ให้นะคะ


เมนูก็มากมายหลากหลายไปหมด แต่วันนี้เราตั้งใจมาลองของใหม่ค่ะ ตามคำโฆษณาที่เค้าบอกว่า พิซซ่าฮัทสูตรใหม่ อร่อยกว่าเดิม เด๋วจะได้รู้กันว่ามันดีจริงมั๊ย

เริ่มต้นที่การสั่งพิซซ่า ก็เลือกไปเลยค่ะ ที่หัวข้อพิซซ่า จะเอาหน้าอะไร ถาดเล็กลาง ถาดใหญ่ ขอบอะไร แป้งแบบไหน จิ้มเลือกเลยค่ะ

ของใหม่ที่จะลองวันนี้ก็คือ ขอบ เชดดาร์ บาร์บีคิว ค่ะ คือปกติเวลาสั่งพิซซ่า เราจะสามารถเลือกเปลี่ยนขอบพิซซ่าได้นะคะ ซึ่งขอบที่เลือกได้ฟรี ไม่ต้องจ่ายตังเพิ่ม มันจะเป็นฮัท เฟเวอร์ริท ก็ประมาณขอบขนาปังแบบปกตินั่นแหละ ส่วนขอบที่ต้องเพิ่มเงิน ก็จะเป็น ขอบชีส ขอบไส้กรอก ไรงี้

แต่ตอนนี้มีขอบใหม่ คือ ขอบ เชดดาร์ บาร์บีคิว ซึ่งเลือกได้"ฟรี"ค่ะ ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม งั้นก็ลองสิคะ กดไปเลย อ่อ แต่ขอบทั้งหลายแหล่นี้ จะเลือกได้เฉพาะแป้งพิซซ่าที่เป็นแบบหนานุ่มเท่านั้นนะคะ เลือกเสร็จแล้วก็กดปุ่ม สั่งซื้อ สีแดงๆได้เลย


พอซื้อถาดแรกเสร็จ จะมี pop up ขึ้นมาถามว่า ต้องการซื้อถาดต่อไปในราคา 99 บาท รึเปล่า ถ้าสนใจก็กดคำว่า ต้องการ ได้เลยค่ะ แต่ถ้าไม่สนใจให้กดไม่ต้องการ


ถ้าเลือกซื้อถาด 2 ในราคา 99 บาทด้วย ก็จะได้เลือกเพิ่มอีก 1 ถาดค่ะ โดยที่จะมีหน้าให้เลือกเยอะเลย แต่ถ้าเป็นเมนูสุพรีม หรือ ซีฟู้ด จะต้องเพิ่มเงินอีกค่ะ


สำหรับใครที่มีบางอย่างที่ไม่กิน ต้องการให้เอาออก สามารถเลือกที่ส่วนผสม เพื่อติ๊กวัตถุดิบที่ไม่ต้องการออกได้ค่ะ


ใครอยากเลือกแป้งแบบไหนก็ได้ หรือขอบพิซซ่าก็เลือกเปลี่ยนได้ บางเมนูเปลี่ยนฟรี บางเมนูต้องเพิ่มเงิน ขอบใหม่ คือ ขอบ เชดดาร์ บาร์บีคิว ก็ฟรีนะ ใครอยากลอง เชิญเลยจ้า

พอเลือกเสร็จ ก็กดปุ่ม ดำเนินการต่อได้เลย


เสร็จแล้ว ก็จะเจอหน้าสรุปรายการ ของ ถาดที่ 2 ที่เราสั่งไป ถ้าถูกต้องตามที่ต้องการ ก็กดปุ่ม สั่งซื้อ เพื่อทำรายการต่อ


อ่ะ พิซซ่ามีแล้ว งั้นเมนูต่อไปที่ไม่ควรขาด คือเมนูของกินเล่นนั่นเอง ซึ่งอันที่สั่งบ่อยที่สุดก็หนีไม่พ้นเมนูไก่นิวออร์ลีน แต่ๆๆๆ ตอนนี้เค้ามีไก่สูตรใหม่อ่ะ มี 2 สูตร เป็น ไก่แบล็คเปปเปอร์ กับ ไก่โคเรียนการ์ลิค และที่น่าสนใจกว่าสูตร คือเป็นราคาพิเศษ สั่ง 12 ชิ้น แค่ 159 บาท จากราคาปกติ 258 บาท คุ้มสุด ทาสการตลาดอย่างเราจะรออะไร กดเพิ่มไปค่าาาา


โดยเซ็ตน่องไก่ 12 ชิ้นนี้ จะสามารถเลือกผสมได้ 2 รส อยากกินรสอะไร เลือกเลยค่ะ แต่วันนี้อยากลองขอใหม่ เลือกรสใหม่ทั้ง 2 รสเลยแล้วกัน

เริ่มที่ 6 ชิ้นแรก เลือกเป็นไก่แบล็คเปปเปอร์ เลือกเสร็จแล้วกดปุ่ม ดำเนินการต่อ


ต่อไปเลือกอีก 6 ชิ้น เลือกเป็น ไก่โคเรียนการ์ลิค เลือกเสร็จแล้วกดปุ่ม ดำเนินการต่อ


เสร็จแล้วจะถึงหน้าสรุปรายการอาหาร ว่าเลือกอะไรไปบ้าง ถ้าถูกต้องแล้วก็กดปุ่ม สั่งซื้อได้เลย


มาถึงจุดนี้ สั่งเพลิน ไม่รู้ยอดรวมเท่าไหร่แล้วเนี่ย??? เหลือบตามองมุมบนขวา จะเห็นยอดรวมเลยว่ายอดรวมของการสั่งครั้งนี้กี่บาท สั่งไปกี่รายการ ถ้าอยากรู้ว่าสั่งรายการอะไรไปบ้าง กดที่รถเข็น ตรงมุมขนด้านขวาเลยค่ะ รายละเอียดจะขึ้นมาให้ดูแบบละเอียด

และก็มีโผล่การแลกซื้อขึ้นมาอีก ใครอยากได้เพิ่ม กดเลย ใครไม่อยากได้ ปล่อยไว้ตรงนั้น มองข้ามผ่านไปค่ะ ซึ่ง น้ำตาลไม่ใช่สายของหวาน โปรเฮอร์ชี่คุกกี้จึงไม่สามารถกระชากเงินในการเป๋าไปได้ค่ะ 555

ด้านล่างสุด จะมีสรุปยอดรวมที่ต้องจ่ายเงินให้ดู และถ้าใครมีโค้ดโปรโมชั่น ให้ใส่รหัสลงไปในช่องรหัสโปรโมชั่นได้เลยค่ะ พอใส่รหัสเสร็จก็กดปุ่มตรวจสอบ


เมื่อระบบตรวจสอบรหัสโปรโมชั่นส่วนลดเรียบร้อยแล้ว จะทำการลดราคาให้อัตโนมัติ และสรุปราคาให้ใหม่ ว่าเหลือยอดเงินต้องจ่ายเพิ่มเติมอีกเท่าไหร่

สำหรับค่าส่งจะคิดราคาเดียว อยู่ที่ 40 บาท/ การส่ง 1 ครั้ง โดยค่าส่งนี้ใช้ร่วมกับโปรโมชั่นไม่ได้นะคะ ยังไงก็ต้องจ่ายค่าส่ง แต่ก็ให้เค้าไปเหอะ เพื่อความสะดวกสบายของเรา ไม่ต้องตากแดดตากฝนออกไปกินเนาะ ใครอยากให้ทิปพนักงาน ก็ให้กับพนักงานส่งพิซซ่าได้เลยจ้า

ตรวจสอบรายการและยอดชำระเงินเรียบร้อย ก็กดปุ่ม ชำระเงินค่ะ


ใครที่ไม่ได้เป็นสมาชิก และไม่อยากสมัครก็เลือก ดำเนินการต่อแบบผู้ซื้อชั่วคราวค่ะ

แต่ถ้าใครกินบ่อยแนะนำให้สมัครสมาชิกไว้เลยก็จะสะดวกในการสั่งครั้งต่อไปมากๆ เพราะระบบจะบันทึกข้อมูลที่อยู่การจัดส่งไว้ให้เลย แถมมีการสะสมแต้มเอาไว้แลกอย่างอื่นได้ด้วย


ใส่ข้อมูลส่วนตัวลงไปค่ะ ชื่อ-นามสกุล เบอร์มือถือ อีเมล์ ที่อยู่อย่างละเอียด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ส่งพิซซ่า สามารถหาที่อยู่ของเราได้ง่าย

ช่องรายละเอียดเกี่ยวกับออร์เดอร์ สามารถใช่การขอซอสเพิ่มได้นะคะ แต่ขอชีสไม่ได้ค่ะ


ใส่ข้อมูลเรียบร้อยแล้ว จะมีหน้าให้เลือกการชำระเงิน ปกติเลือกซื้อแต่แบบเงินสดค่ะ ง่ายสุด เลือกแล้วกดปุ่มทำการสั่งซื้อ


สั่งเสร็จเรียบร้อยแล้ววววว หลังจากนั้น จะมีข้อความส่งเข้ามาที่โทรศัพท์มือถือว่ากำลังดำเนินการ และส่งออร์เดอร์ยืนยันมาทางอีเมล์

เราก็นั่งรอแบบสวยๆไปค่ะ ในข้อความจะแจ้งว่ารอประมาณ 44 นาที พร้อมมีลิ้งค์สำหรับเช็คสถานะของการจัดส่งให้ด้วย


ผ่านไปซักพัก พิซซ่าก็โทรมาแจ้งว่ารออยู่หน้าออฟฟิศแล้ว อย่ารอช้าค่ะ ขอให้พุ่งตัวไปรับของมา หิวแว้วววว


- พิซซ่าแป้งหนานุ่ม ขอบ เชดดาร์ บาร์บีคิว


จากที่เห็นรุ้สึกได้ว่าหน้าแน่นมาก แฮมชิ้นใหญ่ ไส้กรอกชิ้นใหญ่ ชีสตู้ม สูตรปรับปรุงใหม่ก็อร่อย ทุกหน้าที่สั่งมากินวันนี้อร่อยทุกหน้า ปกติไม่ค่อยกินพิซซ่าเยอะนะแต่วันนี้เบิ้ล 2 ชิ้นไปเลย ส่วนขอบ เชดดาร์ บาร์บีคิว เท่าที่เห็นคือมีผงเชดดาร์ โรบมารอบๆขอบ แต่กินแล้วก็ไม่ได้รู้สึกว่าแตกต่างจากขอบหนานุ่มปกตินะคะ

- เซตน่องไก่รวม เลือกได้ 2 รส 12 ชิ้น : รสชาติใหม่ ไก่แบล็คเปปเปอร์ และ ไก่โคเรียนการ์ลิค


หน้าตาเหมือนกันเป๊ะเลย ส่วนรสชาติต่างกันนิดหน่อย ไก่แบล็คเปปเปอร์ จะออกเผ็ดนิดๆ มีรสพริกไทยนำตามชื่อ ส่วนไก่โคเรียนการ์ลิค จะออกน้ำมันหอย เค็มๆหวานๆ แต่หลังจากที่ลองชิมมาทั้งหมด ส่วนตัว ชอบไก่นิวออร์ลีนมากกว่า

- แถมผักโขมอบชีสอีก 1 จาน
อันนี้ กินที่ร้านอร่อยกว่า เพราะชีสมันไม่ยืดดดดดดด แล้วง่ะ แต่รสชาติก็ยังอร่อยอยู่


โหว ขนาดหน้า กับถาดพิซซ่าจะเท่ากันแล้ว อ้วนเอ๊ยยยยย แต่ ณ จุดนี้ มันเลยจุด(ตัวแตก)นั้นไปแล้ว ดังนั้นกินไปให้สุด!!!!!

ที่สำคัญกว่าคือ คุ้ม!!! ได้ถาด 2 ใน ราคาแค่ 99 บาท เพราะเท่ากับได้ถาดกลางมา 2 ถาด ได้พิซซ่า 12 ชิ้นเลยอ่ะ กินวนไปค่ะ ไม่จุกไม่เลิก ถ้าเหลือก็แช่ตู้เย็น มาเวฟกินได้อีก โว๊ะ ดีจริมๆๆ 

เมนูเค้ามีมากมายหลากหลายสุดนะคะ เมนูเพียบ ทั้งพิซซ่า ของกินเล่น สปาเก็ตตี้ ลองไปจิ้มดูกันเองที่เว็บ Pizza Hut นะคะ บรรยายไม่หมดอ่ะ มันเยอะ ใครสนใจสั่งซื้อออนไลน์ เข้าไปเลยที่ https://www.pizzahut.co.th  สั่งไม่ยากค่ะ และติดตามข้อมูลข่าวสารและโปรโมชั่นต่างๆได้จากหน้าแฟนเพจ https://www.facebook.com/pizzahutthailand จ้า

ฝากกด Like Fanpage ให้ด้วยน๊าาา จิ้มปุ่มด้านล่างได้เลยจ้า :)



หมายเหตุ : ผลิตภัณฑ์นี้ ได้รับการสนับสนุนจาก Pizza Hut และ https://th.revu.net
อ่านต่อ >>>

วันพุธที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2559

รีวิว Mille 6D tattoo brow gel เจลสักคิ้วมิลเล่ แทททูเขียนคิ้ว 6 มิติ!!!

เห็นคำโปรย Mille 6D tattoo brow gel ข้างแพคเกจแล้ว ก็ถึงกับต้องอุทานว่า ... เรามาถึงจุดที่การเขียนคิ้วมีถึง 6 มิติแล้วเหรอเนี่ย 5555+++

แต่ก็เอาค่ะ ถือว่าเค้าทำสำเร็จ เพราะคำว่า 6 มิตินี่แหละ ที่ทำให้เราต้องสอยเจ้า Mille 6D tattoo brow gel เจลสักคิ้วมิลเล่ 6 มิติ แทททูเขียนคิ้วตัวนี้มาไว้ในครอบครอง ซึ่งจริงๆก็ได้ยินชื่อนี้มาน๊านนานแล้วแหละ ว่าอยู่ทนอยู่นานถึง 1 สัปดาห์ แม้จะล้างจะถูก็ไม่หลุดด้วยนะเหวย แล่วๆๆๆๆ งั้นมาดูกันเลยค่ะว่า มันจะดีจริงตามคำโฆษณามั๊ย ไปค่ะ ไปลองดูกัน



สีที่รีวิววันนี้ เป็นสีเข้มที่สุด คือ สี Grey Brown ค่ะ เพราะน้ำตาลเองไม่ได้ทำสีผม คิ้วดำค่อนข้างหนา แต่ว่าหางกุด เพราะกันคิ้วไม่ค่อยจะเป็น แหว่งไป แหว่งมาตลอด 555+++  เลยคิดว่าเลือกสีที่เข้มสุดไปเลยดีกว่า แล้ววาดหางยาวๆหน่อย จะได้ดูธรรมชาติ ไม่หลอกตา

Mille 6D tattoo brow gel เจลสักคิ้วมิลเล่ 6 มิติ ขนาดประมาณฝ่ามือ ไม่เล็กไม่ใหญ่ พาพาได้ง่าย จัดถนัดมือ แต่ไม่รู้ทำไมอันที่ได้มา สีฝาปิดกับสีตัวแท่งมันไม่เหมือนกันอ่ะ งง???

บิดด้านบน จะเป็นหัวพู่กันสำหรับทาคิ้ว ตัวเนื้อเจล จะยืดๆ หยุ่นๆ เนื้อเป็นเหมือนวุ้นๆ นิดๆ ไม่ได้เหลวเป็นน้ำ เวลาทาไปที่คิ้ว เนื้อเจลจะติดเคลือบที่ขนคิ้วค่อนข้างเยอะ ให้ทาเจลหนาๆหน่อยนะคะ


หลังจากทา Mille 6D tattoo brow gel เจลสักคิ้วมิลเล่ 6 มิติ  เรียบร้อยแล้วให้ทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมงค่ะ แต่ในกรณีของน้ำตาล ทาแล้วเผลอหลับ ยิงยาวไปเลยยันเช้า 555+++


พอตื่นมา บริเวญขอบคิ้วก็ลอกออกมาเกือบหมดแล้ว แค่ดึงเบาๆ ตัวแทททูก็ลอกออกมาเป็นแผ่นโดยไม่ต้องแงะ ไม่ต้องแกะใดๆ พร้อมมีขนคิ้วติดมาเล็กน้อย แต่ไม่ต้องกังวล มันไม่เจ็บเลยค่ะ ซึ่งแผ่นแทททูที่ลอกออกมานี้ ถ้ามันโดนน้ำ หรืออยู่ในที่ๆมีความชื้น ก็จะกลายเป็นแผ่นเจลนิ่มๆ หยุ่นๆ ค่ะ


ต่อไป ... ซูมคิ้วแบบ Step By Step


จะเห็นว่าตอนหลังลอกคิ้วแต่ยังไม่ล้างหน้า สีจะเข้มสวยเลย แต่พอล้างหน้า สีหายไปเลยค่ะ!!! จางไป๊ หัวคิ้วกลายเป็นน้ำตาลอ่อน หางคิ้วแทบไม่เหลือ ฮือออออ TT^TT

สรุป ยังไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ เพราะหลังโดนน้ำ สีเพี้ยนไปมาก ถ้าได้สีแบบตอนที่เพิ่งลอก(ยังไม่ล้างหน้า)นะ จะสวยมากเลยอ่ะ แต่เรื่องความทน ก็ติดนานหลายวันตามที่เค้าเคลมนะคะ ใครที่ทำสีผมอ่อนๆ น่าจะโอเค มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ลองเลือกสีกันดูค่ะ น้ำตาลไม่มีครบทั้ง 3 สีนะ งั้นขอเอารูปจากเว็บ www.millebeaute.com มาให้ดูเลยแล้วกัน


ใครสนใจสั่งซื้อ ไปสั่งกันได้ที่เว็บไซต์ www.millebeaute.com หรือติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นต่างๆของ Mille ได้ทางเพจ www.facebook.com/MilleBeaute  เลยจ้า

ฝากกด Like Fanpage ให้ด้วยน๊าาา จิ้มปุ่มด้านล่างได้เลยจ้า :)




อ่านต่อ >>>