วันพุธที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

รีวิว สเนลไวท์ บอดี้บูสเตอร์ สูตรใหม่ มีกันแดด SPF30 PA+++ ตบแล้วดูใสใช้แล้วตึง

อากาศประเทศไทย ฤดูไหนๆ ก็ร้อนนนนน แดดก็แรงเบอร์นี้ ดังนั้นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับทุกคน ก็คือครีมกันแดด ดังนั้น วันนี้น้ำตาลเลยมีรีวิวผลิตภัณฑ์กันแดดมาฝาก นั่นคือ คือ ผลิตภัณฑ์กันแดด NAMU LIFE SNAILWHITE BODY BOOSTER SPF30 PA+++ อ่านภาษาไทยว่า สเนลไวท์ บอดี้บูสเตอร์ เอสพีเอฟ 30/พีเอ +++ 


ซึ่งตัวนี้เป็นสูตรใหม่ มีกันแดด SPF30 PA+++ ครีมฟื้นบำรุงผิวกาย สูตรผสมสารป้องกันแสงแดด ด้วยสารสกัดเมือกหอยทาก ผสานแอสตาแซนธินที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว และเซรามายด์ที่ช่วยเติมพลังความชุ่มชื้น ทำให้ผิวกายเนียนนุ่มน่าสัมผัส พร้อมคุณสมบัติในการปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ด้วยค่า SPF 30/PA+++ ช่วยฟื้นบำรุงผิวกายที่แห้งเสียจากแสงแดด ให้กลับมามีสุขภาพดี ชุ่มชื้น แลดูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ

มาดูหน้าตาแพคเกจ NAMU LIFE SNAILWHITE BODY BOOSTER SPF30 PA+++ กันก่อนเลยค่ะ


ตัว สเนลไวท์ บอดี้บูสเตอร์ SPF30 PA+++ จะเป็นขวดสีขาวทรงสูง ความสูงประมาณขวดชาเขียวตามท้องตลาดนะคะ สำหรับน้ำตาล ถือว่าขนาดกำลังจับถนัดมือ ขนาดบรรจุขวดละ 300 มล.

เลขที่จดแจ้ง อ.ย. 10-1-5985313

ส่วนหัวจะเป็นหัวปั๊ม ซึ่งเค้าจะมีการล๊อคคอไว้ถึง 2 ชั้น เพื่อป้องกันเนื้อครีมถูกกดออกมาโดยไม่ตั้งใจ โดยจะมีที่ล๊อคตรงคอก่อน 1 ชั้น เวลาจะใช้ก็ให้ดึงออกมาตรงๆ ตามปกติ


หลังจากนั้นจะต้องหมุนที่หัวกด โดยสามารถหมุนได้ 2 ทาง OPEN คือหมุนเปิด STOP คือ หมุนเพื่อปิด เวลาจะเปิดใช้งานครั้งแรก ให้หมุนไปทาง OPEN โดยหมุนเรื่อยๆ จนเกลียวคลาย ก็หมุนนานอยู่นะคะ ลองนับดูประมาณ 12 ครั้ง (นี่ก็นั่งนับเนอะ 555) คือบอกไม่ถูก หมุนไปเรื่อยๆ จากฝืดๆ แล้วมันจะเข้าล๊อกแล้วไม่ฝืดแล้วอ่ะ นั่นแหละค่ะ ใช้ได้ละ

แล้วเวลาใช้เสร็จ หมุนกลับมาทางด้าน STOP เพื่อล๊อคคอไม่ให้ครีมหก แต่ถ้าจะไม่มนุน ก็ใช้ที่ล๊อคคอเสียบกลับไปเฉยๆก็ได้นะคะ


เนื้อครีมจะมีลักษณะเป็นครีมข้น สีขาว เวลากด 1 ครั้ง ปริมาณจะออกมาเยอะจะสามารถทาได้ทั่วทั้งแขนเลยนะคะ ซึ่งโดยส่วนตัว น้ำตาลชอบนะ มันไม่เปลือง กด 1 ครั้ง แล้วทาได้ทั้ง 2 แขนเลย คุ้มมากๆ กลิ่นหอมดี แต่ถ้าใครแพ้น้ำหอม ลองพิจารณาส่วนผสมดูก่อนนะคะ


เนื้อครีมซึมเร็ว ไม่เหนอะหนะ คือถ้าทาในห้องแอร์ จะซึมเร็วมาก แต่ถ้าทาที่อุณภูมิปกติ จะซึมช้ากว่านิดนึง แต่พอครีมซึมลงผิวแล้ว ก็จะไม่เหนอะหนะค่ะ เวลาทาจะเป็นแบบนี้ ซึมเร็ว ไม่เหนอะหนะ

วิธีใช้ NAMU LIFE SNAILWHITE BODY BOOSTER SPF30 PA+++

หลังทำความสะอาดผิวกาย หรือก่อนการออกแดด ทาครีม นามุไลฟ์ สเนล์ไวท์ บอดี้ บูสเตอร์ ลงบนฝ่ามือ

ลูบเนื้อครีมให้กระจายทั่วฝ่ามือทั้งสองข้าง แล้วทาลงบนผิวกายให้กระจายอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะส่วนที่นอกร่มผ้า

หลังทาเสร็จ ให้ตบเบาๆ บริเวณที่ทาครีม เพื่อให้เนื้อครีมซึมเข้าผิวได้ดียิ่งขึ้น หลังทา สามารถออกแดดได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ 20 นาที


ข้อควรระวัง

• ระวังอย่าให้เข้าตา หากเข้าตาให้ล้างออกด้วยน้ำเปล่า และควรเก็บให้พ้นมือเด็ก
• ก่อนใช้ควรทดสอบการแพ้ โดยการแต้มเนื้อครีมเล็กน้อย หลังใบหู หรือต้นแขน หากเกิดผื่นแดง หรือรู้สึกแสบร้อนให้หยุดใช้ทันที


ผลการใช้งาน

ชอบค่ะ เนื้อครีมไม่ข้นเกินไป ทาแล้วซึมเร็ว ไม่เปลือง กลิ่นหอมมาก ใช้แล้วผิวนุ่มขึ้นทันที คือพอลองจับผิว ข้างที่ทากับไม่ทา คือรู้สึกได้เลยว่านุ่มขึ้นจริงๆ หลังทาผิวจะดูขาวขึ้นนิดนึง แล้วที่ชอบคือเวลาทาซ้ำ ทาทันที่เดิมหลายๆรอบมันไม่เหนอะ ไม่เป็นคราบ คือชอบมากๆ สรุปว่าดีค่ะ ชอบ


ใครสนใจ สามารถหาซื้อกันได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป หรือจากเว็บของแบรนด์ก็ได้นะคะ ราคาขวดละ 329 บาทค่ะ (ขนาด 300 มล.)

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จากช่องทางของแบรน์ตามลิ้งค์ด้านล่างได้เลยจ้า

FB : www.facebook.com/pg/namulifesnailwhite
WEB : https://shop.namulife.com
line shop : namulife
IG : https://www.instagram.com/namulifesnailwhite

ส่งท้ายด้วยโฆษณาของพรีเซนเตอร์สุดแซ่บ คุณแม่ อั้มนั่นเอง สวยไป สวยเกิ๊นนนนน เจอกันใหม่บทความหน้าจ้า บายยยยย


ฝากกด Like Fanpage ให้ด้วยน๊าาา จิ้มปุ่มด้านล่างได้เลยจ้า :)



หมายเหตุ : ผลิตภัณฑ์นี้ ได้รับการสนับสนุนจาก namulifesnailwhite และ https://th.revu.net
อ่านต่อ >>>

วันจันทร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2560

รีวิว MASS H-1 Scalp Tonic Serum by Dr.Tobi เซรั่มบำรุงหนังศีรษะ ช่วยในการเกิดใหม่ของเส้นผม ตัวช่วยของคนผมร่วง

สวัสดีจ้า วันนี้มาดูเรื่องผมกันบ้างดีกว่า ใครกำลังมีปัญหาเรื่องผมหลุดร่วง มาเลยค่ะ เข้ามามุงกันทางนี้

ถ้าได้เคยอ่านรีวิวผ่านตากันมา ก็คงจะเห็นกันมาบ้างนะคะ ว่าน้ำตาลเป็นคนผมที่ไว้ผมยาวมาก ผมจะฟูๆ หนาๆ เพราะลักษณะเป็นผมเส้นใหญ่ และ(เหมือนจะ)ผมเยอะค่ะ

แต่ก็ไม่รุ้ว่าทำไม เวลาเดินไปไหน นั่งตรงไหน มักจะมีเส้นผม ร่วงหล่นแถวๆที่อยู่ ตลอดเวลา ตอนหวีผม ก็จะมีผมติดหวีออกมาเยอะมาก ยิ่งในห้องนอนไม่ต้องสืบ ผมเป็นกระจุกๆ กวาดห้องที ถึงกับตกใจว่า ผมร่วงเยอะขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย!!! ปล่อยไว้ชักจะไม่ได้การ คงต้องหาตัวช่วยกันหน่อยแล้วค่ะ

วันนี้ น้ำตาลจึงจะมารีวิว เซรั่มบำรุงหนังศีรษะ ลดปัญหาผมร่วง แก้ปัญหาผมร่วง ช่วยในการเกิดใหม่ของเส้นผม ที่ชื่อว่า "MASS H-1 Scalp Tonic Serum by Dr.Tobi"



ก่อนอื่นเรามาดูคุณสมบัติกันก่อนค่ะ

"MASS H-1 Scalp Tonic Serum by Dr.Tobi" ผลิตภัณฑ์เซรั่มบำรุงหนังศีรษะคุณภาพพรี่เมี่ยมจากเกาหลี เพื่อสร้างความแข็งแรงและเร่งการเกิดผมใหม่ ใช้ได้ทั้งเพศชายและเพศหญิง สูตรเย็นให้ความรู้สึกที่ดีหลังการใช้ มีสารสกัดจาก Saw palmetto ลดอาการ ผมร่วงทางกรรมพันธุ์ได้ดีที่สุด (ลดฮอร์โมน DHT) ช่วยการไหวเวียนของเลือด เปิดรูขุมขนฟื้นฟูเซลล์หนังศีรษะที่ตายแล้วให้กลับมาแข็งแรงได้ใหม่

สินค้ารับรองโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารประเทศเกาหลีและไทย ทำหน้าที่ป้องกันผมขาดหลุดร่วง และทำให้รากผมแข็งแรง ร่วมทั้งช่วยควบคุมหนังศีรษะและบรรเทาอาการคันที่หนังศีรษะอย่างได้ผล

"MASS H-1 Scalp Tonic Serum by Dr.Tobi" ผลิตจากวัตถุดิบจากธรรมชาติ ไม่เป็นอันตราย นวัตกรรมใหม่ล่าสุด ที่ช่วยบำรุงให้หนังศีรษะมีสุขภาพดีขึ้น พร้อมบำรุงเส้นผมให้แข็งแรง ช่วยขจัดรังแคและบรรเทาอากาศคันที่หนังศีรษะ และช่วยควบคุมความมันของหนังศีรษะ ช่วยขจัดเชื้อแบคทีเรีย


ซึ่งเจ้า "MASS H-1 Scalp Tonic Serum by Dr.Tobi" ตัวนี้ มีพรีเซนเตอร์คือ วิลลี่ แมคอินทอช นั่นเอง ดังนั้นจะเรียกว่า เซรั่มแก้ผมร่วง วิลลี่ ก็น่าจะได้

สโลแกนของแบรนด์ก็ชัดเจน "ผมรอไม่ได้..ใช้ MASS H-1"

นอกจากนี้ยังมีคำเคลมเร้าใจว่า เห็นผลเร็วตั้งแต่ 2 สัปดาห์แรกที่ใช้เลยนะ หูวววววววว พูดขนาดนี้จะรออัลไล ลองสิคะ!!!



หน้าตา "MASS H-1 Scalp Tonic Serum by Dr.Tobi" เป็นแบบนี้ค่ะ เป็นขวดสีดำ ทรงสูง ตัวหนังสือสีทองเด่น ดูหรูหราดี ซึ่งในกล่องมีแต่ขวด ไม่มีคู่มือ ไม่มีแผ่นพับอะไรทั้งสิ้นค่ะ แต่จะมีภาษาไทย แปะที่ขวดอธิบายไว้

ขนาดบรรจุ : 150 กรัม
เลขที่ใบรับแจ้ง 10-2-6010000581


ตรงคอขวด จะมีเป็นที่ล๊อคเอาไว้ ไม่ให้เผลอไปกด โดยไม่ตั้งใจ วิธีการเอาออก ก็แค่ดึงออกมาตรงๆ ตามปกติเลยค่ะ แล้วพอใช้งานเสร็จ ก็ใส่กลับเข้าล๊อคเดิม ง่ายมั่กๆ


ลักษณะของ "MASS H-1 Scalp Tonic Serum by Dr.Tobi" เซรั่ม จะเป็นน้ำใสๆ เวลากดฉีด จะเป็นเหมือนสเปรย์ เป็นฝอยๆ ออกมา ไม่หนืด ไม่ข้น ไม่เหนียว กลิ่นเย็นๆ หอมอ่อนๆ เวลาฉีด จะเย็นๆ หนังศีรษะนิดหน่อย เย็นแป๊บๆ แล้วก็หายไป แต่ไม่ทำให้แสบนะคะ


หัวฉีดจะเป็นท่อยื่นออกมา เพื่อให้สะดวกต่อการฉีดลงไปที่หนังศีรษะบริเวณต่างๆ ตามที่เราต้องการ พอฉีดเซรั่มแล้ว ก็ให้ใช้ปลายนิ้วนวดเบาๆ เซรั่มจะซึมลงไป แล้วเราก็จัดแต่งทรงผมได้ตามปกติค่ะ แต่ถ้าใครฉีดบริเวณไรผม ต้องเล็งดีๆ เพราะฉีดแล้ว เซรั่มจะไหลลงมาตรงหน้าผาก ต้องรีบนวดนิดนึงค่ะ


วิธีใช้ :

ฉีด "MASS H-1 Scalp Tonic Serum by Dr.Tobi" ลงบนหนังศีรษะ วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น หรือหลังสระผม เช็ดหนังศรีษะให้แห้ง ฉีดโทนิคลงบนหนังศรีษะในปริมาณที่เหมาะสม จากนั้นนวดเบาๆ ด้วยปลายนิ้วเพื่อช่วยให้หนังศีรษะ ดูดซึมโทนิคเข้าไป


หลังจากใช้งานมาระยะหนึ่ง จะสังเกตุได้ถึงเรื่องการหลุดร่วงของเส้นผมที่ลดน้อยลง ซึ่งเท่าที่ใช้มา น้ำตาลรู้สึกว่า เวลาหวีผม จะมีเส้นผมหลุดติดหวีน้อยลง คือ ไม่ใช่ว่าไม่ร่วงเลยนะ แต่จะร่วงน้อยลง ซึ่งน้ำตาลก็เข้าใจนะคะ ว่าอย่างไรเส้นผมคนเราก้ต้องร่วงอยู่แล้ว ตามวงจรปกติของเส้นผมนั่นแหละ แต่แค่หลุดร่วงน้อยลง ไม่ได้เดินไปไหนก็ผมร่วงเป็นหย่อมๆ ก็ถือว่าใช้ได้แล้วล่ะ


ใครที่กำลังมีปัญหา ผมร่วง ผมบาง อย่าชะล่าใจค่ะ พุ่งไปให้ไว ผมรอไม่ได้..ใช้ MASS H-1 สนใจอยากลองหามาใช้กันบ้าง ก็จัดไปค่ะ ตอนนี้เค้ามีโปรโมชั่นพิเศษอยู่ด้วยนะ
โปรโมชั่น ราคาปกติ 1,890 บาท
พิเศษ!!! รับคูปองส่วนลด สำหรับการซื้อผ่าน online มูลค่า 200 บาท
เมื่อพิมพ์ Promotion Code : MASSNEW
 

และสำหรับใครที่อยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม ตามไปที่ช่องทางติดตามข่าวสาร และช่องทางจัดจำหน่าย ของแบรนด์ได้เลยค่ะ

Website : www.massh1.com/
Facebok : https://www.facebook.com/massh1official/
IG : MASSH1
Line : @MassH-1

ฝากกด Like Fanpage ให้ด้วยน๊าาา จิ้มปุ่มด้านล่างได้เลยจ้า :)



หมายเหตุ : ผลิตภัณฑ์นี้ ได้รับการสนับสนุนจาก MASS H-1 และ https://th.revu.net
อ่านต่อ >>>

วันศุกร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2560

รีวิว Buried (2010) คนเป็นฝังทั้งเป็น หนังหักมุม ที่ทำให้ลุ้นจนหืดขึ้นคอ แต่พอดูจบแล้วถึงกับเหวอ

สวัสดีค่ะ แถวนี้มีใครเป็นสายหนังหักมุม หนัง Triller บ้างรึเปล่าเอ่ย??? น้ำตาลเนี่ย ชอบม๊ากกกก วันนี้ก็เลยอยากจะมาแนะนำหนังหนังหักมุม ที่สนุกม๊ากกกก เรื่องนึงให้ทุกคนไปลองดูกัน นั่นคือเรื่อง Buried (2010) คนเป็นฝังทั้งเป็น


ชื่อหนัง : Buried / คนเป็นฝังทั้งเป็น
ผู้กำกับ : Rodrigo Cortes
ประเภท : Thriller
นักแสดง : Ryan Reynolds

เรื่องย่อ Buried (2010) คนเป็นฝังทั้งเป็น

พอล คอนรอย (ไรอัน เรยโนลด์) เป็นคนขับรถก่อสร้างในอิรัก แต่หลังจากที่ขบวนรถคุ้มกันโดนโจมตี เขาก็ตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองถูกฝังทั้งเป็นในโลงศพที่อยู่ลึกลงไปใต้ดิน เขามีสิ่งของเพียงไม่กี่ชิ้น เช่น ไฟแช็ค, โทรศัพท์มือถือ และมีดเล็ก ๆ ที่ถูกใช้เมื่อเผชิญหน้ากับอากาศหายใจที่มีอยู่จำกัด และความหวาดกลัวที่ไร้ขีดจำกัด พอลค้นพบว่าตัวเองต้องแข่งกับเวลา เพื่อที่จะหนีจากความตายอันสุดแคบและมืดมิด ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

เอาภาษาคน ไม่ใช่ภาษาหนัง เรื่องก็มีแค่พระเอกถูกจับไป แล้วตื่นมาในโลง พร้อมมือถือที่มีแบตอยู่จำกัด และอากาศที่มีอยู่จำกัด แต่ความลุ้นมันอยู่ที่ว่า การอยากรู้ว่าเขาจะรอดไหม เขาจะออกมาได้หรือไม่ เขาจะทำอย่างไรต่อไป เชิญชมตัวอย่างจ้า


รีวิว (ด้วยความรู้สึกตัวเองคนเดียวล้วนๆ)

คือหนังเรื่องนี้แน่นอนมาก เพราะทั้งเรื่องมีตัวละครหลักอยู่แค่คนเดียว และฉากก็มีไม่กี่ฉาก ส่วนที่เห็นมากสุดก็เห็นจะเป็นในโลงนี่แหละ แต่คือควรค่าแก่การรับชมจริงๆ ดูไปพร้อมมีความลุ้นระทึกตลอดเวลา ลุ้นเอาใจช่วยพระเอกตลอดว่าจะทำได้มั๊ย จะรอดรึเปล่า จะมีใครไปช่วยมั๊ย โอ้ย สารพัดที่หนังจะจูงไปให้คิด แม้กระทั่งฉากตอนใกล้จบ ก็ยังทำให้เราลุ้นจนคอแห้ง และตอนจบที่ทำให้ถึงกับงง นิ่งเอ๋อไปค่ะ นี่ไม่สปอยนะ แต่คือเอาเป็นว่า หัวเรื่องก็จั่วมาแล้วว่าเป็นหนังหักมุม ถ้ามันดูแล้วไม่หักมุม มันคือผิด!!!

บอกได้แค่ว่า ถ้าคุณเห็นคอหนังหักมุมละก็ ดูเถอะ ไม่เสียเวลาเปล่าแน่ เพราะเรื่องนี้เค้าติด Top10 ของหนังหักมุมแทบทุกโพล ดังนั้น มันต้องอะไรดีล่ะน่า

ปล. ลิ้งค์เต็ม หาดูออนไลน์เลยจ้า หาไม่ยาก ถามอากู๋ได้เลย อยากให้ดูนะ สนุกจริงๆ วันนี้มาสั้นๆแค่นี้แหละ ไว้โอกาสหน้า จะหาหนังมาแนะนำกันอีก วันนี้ไปแล้วค่า บัยยยยย

ฝากกด Like Fanpage ให้ด้วยน๊าาา จิ้มปุ่มด้านล่างได้เลยจ้า :)


อ่านต่อ >>>

วันอาทิตย์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2560

รีวิว Peara ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพียร่า เพื่อผิวขาว เนียน ใส ที่จะไม่ทำให้กลับมาดำอีก!!!

เข้าเดือนเมษาอีกแล้ว อากาศร้อนแบบวัวตายควายล้ม แดดก็แรงซะจนแสบผิว บอกเลยว่าชีวิตยากมากค่ะ เพราะน้ำตาลเป็นคนไม่ชอบทาครีมเลยจริงๆ คือมันเหนียวอ่ะ แล้วพอแดดออก เหงื่ออกมันก็จะเหนอะๆ หนึบๆ แต่แดดก็แรงเบอร์นี้อีก มันจะไม่ดำได้งายยยยย ฮืออออ TT^TT

แต่วันนี้มีอาหารเสริมตัวนึงจะมารีวิวค่ะ นั่นคือ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพียร่า (Peara) 


เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่ทางแบรนด์มีคำเคลมว่า ผิวคล้ำดำเสีย แค่ครีมหรืออาหารเสริมที่ใช้ส่วนผสมเทคโนโลยีเดิมๆ ไม่เพียงพอที่จะต่อสู้กับความเลวร้ายของสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ขอแนะนำ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพียร่า (Peara)  ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อผิวขาวกระจ่างใสที่คุณจะไม่กลับมาดำอีก พร้อมลดเลือนฝ้ากระจากภายใน

หูยยยยย เคลมแรงสุด แต่แล้วไงล่ะ ถ้ามันจะช่วยให้สาวๆอย่างเราใช้ชีวิตกลางแสงแดดได้อย่างมั่นใจจะช้าอยู่ไย ไปลองสิคะ เราเชื่อคนง่าย 555+++

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพียร่า (Peara) หน้าตากล่องเป็นแบบนี้นะคะ มีความวิบวับระดับ 10 สะท้อนไฟไปมา ให้ความรู้สึกว่ากินแล้วผิวเราน่าจะสะท้อนแสงได้แบบนี้ 555+++ 


ด้านหลังกล่อง มีเลขวันที่ผลิต วันหมดอายุ และ เลข อย.ชัดเจน
หมายเลข อย. 11-1-02544-1-026 

ลักษณะ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพียร่า (Peara) จะเป็นเม็ดทรงยาวรี แบนๆ คล้ายๆเม็ดวิตามินซี ขนาดใหญ่พอสมควร ด้านหลังจะมีสกรีนคำว่า Peara สีชมพู และมีวันผลิต วันหมดอายุปั๊มอยู่บนแผง


ต่อไป มาดูส่วนผสมกันบ้าง ส่วนผสมเด่นๆ ใน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพียร่า (Peara) จะมี ไฮโดรไลด์คอลลาเจนไตรเปปไทด์, แอล-กลูตาไธโอน, สารสกัดจากเห็นหูหนูขาว และสารสกัดจากผลมะกอก แต่ละอย่างช่วยเรื่องผิวอย่างไรบ้าง ไปดูคุณสมบัติของแต่ละตัวกันเลยค่ะ


1.  Olive Fruit Extract
Hydroxytyrosolสารสกัดจากมะกอก สายพันธุ์พิเศษจากประเทศสเปน มีประสิทธิภาพสูงในการต้านอนุมูลอิสระ ผิวชุ่มชื้น ลดริ้วรอย กระ และความหมองคล้ำของผิว ให้ผิวขาวกระจ่างใสขึ้น สีผิวเรียบเนียน สม่ำเสมอ

2. White Jelly Fungus (WJF)
เห็ดหูหนูขาว เพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว ช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื้น ผิวเต่งตึง ฟื้นฟูเซลล์ผิว และช่วย ปรับสภาพลำไส้ บรรเทาอาการท้องผูก

3. Hydrolyzed Fish Collagen Tripeptide HACP™ 
คอลลาเจนจากปลา ที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์เทคโนโลยีจากประเทศญี่ปุ่น มีลักษณะ ให้ประสิทธิภาพสูงกว่าคอลลาเจนชนิดอื่น บำรุงสุขภาพและผิวพรรณให้กระจ่างใส เนียนเรียบ และแลดูอ่อนเยาว์ขึ้น บำรุงกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ยึดกระดูกเสริมสร้างอิลาสติน ให้ความยืดหยุ่น ตึงกระชับแก่ผิวพรรณ ช่วยให้ผิวแข็งแรง ป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัย กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิว

4. L-Glutathione (แอลกลูตาไธโอน) 
ช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระและยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดฝ้า กระและจุดด่างดำ 

5. L-Cysteine (แอล-ซีสเทอีน)
ชลอปฏิกริยาแห่งวัยของร่างกาย (การแก่ของเซลล์) ส่งผลให้ผิวเนียนเรียบ เปล่งปลั่ง 

6. Glycine (ไกลซีน) 
ช่วยเพิ่มการโอบอุ้มน้ำให้แก่เซลล์ผิวและรักษาความยืดหยุ่นของผิว

7. Alpha Lipoic Acid (กรดอัลฟาไลโปอิก)  และ วิตามิน C (Ascorbic Acid)
สารอาหารที่มีประสิทธิภาพสูงในการต้านอนุมูลอิสระ

8. Tomato Extract 
สารสกัดจากมะเขือเทศ มีสารไลโคพีน ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อรา และแบคทีเรีย อุดมไปด้วยวิตามินเอ บี ซี และ อี ที่มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิว อีกทั้งยังป้องกันการเกิดริ้วรอย และด้วยปริมาณวิตามินซีที่สูงในมะเขือเทศ จึงช่วยลดความมันของผิว และช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพได้อย่างอ่อนโยน พร้อมเสริมสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่สดใส และแข็งแรงกว่าเดิม และลดการทำงานของเม็ดสีเมลานินในชั้นผิว ลดรอยดำ และความหมองคล้ำ ด้านสุขภาพกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต

9. Co-enzyme Q10 
สารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย  ช่วยบำรุงผิวพรรณ ฟื้นฟูสภาพผิว ป้องกันการเกิดริ้วรอย ชะลอวัย


ขนาดบรรจุ : กล่องล 30 เม็ด โดยแบ่งเป็น 3 แผง บรรจุแผงละ 10 เม็ด

วิธีรับประทาน : วันละ 1-2 เม็ด ก่อนนอน (ถ้าอยากฟื้นฟูผิวแบบเร่งด่วน กิน 2 เม็ด ถ้ากินแบบบำรุงประจำวัน กิน 1 เม็ดค่ะ)


ต่อไป มาดูผลหลังการทาน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพียร่า (Peara) กันค่ะ

น้ำตาลจะใช้ผิวบริเวณแขนในการรีวิวนะคะ เพราะที่หน้าก็มีทาครีมอื่นด้วย เดี๋ยวผลรีวิวมันจะเคลื่อน งั้นก็เอาผิวที่แขนนี่แหละ ง่ายดี เพราะชัวร์ว่าไม่ได้ทาครีมกันแดดร่วมด้วยแน่ๆ

น้ำตาลทาน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพียร่า (Peara) วันละ 1 เม็ด ก่อนนอนนะคะ และคงคอนเซปต์ไม่ทากันแดด ใช้ชีวิตปกติ บ้าน ที่ทำงาน ดาดแดดไปกินข้าวตอนเที่ยง เยี่ยงสาวออฟฟิศทั่วไป

ผลจากการทาน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพียร่า (Peara)  1 กล่อง คือ เวลาลูบตัวจะรู้สึกว่า ผิวเนียนขึ้น ลื่นขึ้น ส่วนเรื่องความขาว ก็ช่วยได้อยู่นะคะ เพราะดูจากรูป มันก็เหมือนจะผิวขาวขึ้นนิดนึงเนอะ 

โดยรวมคือพอใจค่ะ เพราะเราไม่ได้ทาครีมเลย แต่ผิวดีขึ้น ผิวเนียนขึ้น ลูบแล้วผิวลื่น นี่คือโอเคแล้ว แล้วได้ขาวขึ้นนิดนึงด้วย ถือว่าโอเคแหละ แต่หักคะแนนที่เม็ดใหญ่ไปหน่อย แอบบกลืนยากนิดนึง ต้องหยอดยาแนวยาว กลัวติดคอ 555+++ 

เดี๋ยวยังไงจะลองทานต่ออีกซักระยะ แล้วจะมาอัพเดทว่าเป็นไงนะคะ


ข้อมูลเพิ่มเติมของ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพียร่า (Peara) ดูได้จากเว็บไซต์  http://www.lifestar.co.th/portfolio/peara/

ใครสนใจ อยากลองหามาทานบ้าง ขอแอบบอกว่าเดือนนี้เค้ามีโปรโมชั่นพิเศษสุดๆ เป็นโปรโมชั่นเปิดตัว ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพียร่า (Peara) เพื่อผิวขาว เนียน ใส ไม่กลับมาดำคล้ำอีก!  ซื้อ 3 กล่อง ราคาพิเศษ 1,590 บาท (จากปกติ 4,770 บาท) ใครสนใจสั่งซื้อ สามารถสั่งซื้อได้จาก ช่องทางต่อไปนี้

- โทร.1781
- แอดไลน์ไปที่ @shop1781 แล้วสั่งซื้อผ่านแอดมิน
- สั่งซื้อผ่านเว็บไซต์  https://www.shop1781.com/product/peara-6

คำเตือน :
เด็ก สตรีมีครรภ์ สตรีที่กำลังให้นมบุตร ไม่ควรรับประทาน
- มีคอลลาเจนไตรเปปไทด์ ที่มีส่วนผสมของปลาและผลิตภัณฑ์จากปลา ดังนั้น ผู้ที่แพ้อาหารทะเล และคนที่แพ้เห็ด ไม่ควรรับประทานนะคะ

วันนี้ลาไปก่อนค่ะ แล้วพบกันรีวิวหน้านะคะ บายยยยยย :)

ฝากกด Like Fanpage ให้ด้วยน๊าาา จิ้มปุ่มด้านล่างได้เลยจ้า :)

อ่านต่อ >>>

วันพุธที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2560

รีวิว O-Derma Hair Remover Foam ขนเยอะแล้วไง กำจัดได้ด้วย มูสกำจัดขนสูตรเย็นจากเกาหลี เพียง ฉีด เช็ด ล้าง ง่ายกว่านี้มีอีกมั๊ย???

ใครขนดก ยกมือขึ้นนนนนนนน #ยกเด่ะรอไร 5555

น้ำตาลเป็นคนนึงนะคะที่มีปัญหาขนเยอะ ขนดก ยิ่งหน้าแข้งนี่บอกเลยว่าอย่าให้เซดดดด ถ้าไม่ดูหน้าแล้วมองแต่ขา คิดว่าขาผู้ชายนะเทอออออ แบบว่าพ่อให้มาเยอะ

แต่ถ้าใส่ขาสั้นแล้วขนจะดกและยาวมันก็จะดูไม่งามชิมิ ดังนั้นวันนี้ เลยจะมารีวิวผลิตภัณฑ์กำจัดขน O-Derma Hair Remover Foam อ่านว่า โอ เดอร์มา แฮร์ รีมูฟเวอร์ โฟม เป็นมูสละลายขน สูตรเย็น กลิ่นหอม ด้วยเทคโนโลยีจากประเทศเกาหลี ผลิตที่เกาหลีเลยนะเทอ กำจัดได้ถึงโคน ขนขึ้นใหม่จะไม่แข็ง หรือคันเหมือนการโกน และไม่เป็นขนคุดเหมือนการถอน


จุดเด่นของ O-Derma Hair Remover Foam คือ มีเป็นเนื้อมูส มูสกำจัดขนละลายขนอ่ะ ฉีดออกมาเนื้อมูลจะเป็นสีขาว ดูละมุน แต่ประสิทธิภาพเด่นเด้ง คือแค่ฉีด ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วเช็ด ขนก็จะละลายหลุดออกมาเลย หลังจากนั้นล้างมูสที่ยังเหลือติดขาออก แล้วจบเลย ขาไร้ขนก็จะปรากฎสู่สายตาชาวโลก วะฮะฮ่ะะะะะ ง่ายไปอีกกกกกกกก

เคลมขนาดนี้ ดีจริงสมราคาคุยรึเปล่า? ใครจะรู้? อยากรู้ต้องลองสิจ๊ะ ว่าแล้วก็ไปลองใช้ O-Derma Hair Remover Foam มูสละลายขน กันเลยจ้า

มาดูหน้าตากันก่อนค่ะ เป็นกระป๋องแบบมูสทั่วไป สีขาวดูสะอาดตา ขนาดบรรจุ 120 ml. ขนาดกระป๋องกำลังดี จับถนัดมือ


O-Derma Hair Remover Foam มูสละลายขน กลิ่นจะเหมือนยาย้อมผมอ่ะ คือเค้าบอกปรับสูตรแล้ว แต่ส่วนตัว(และคนรอบข้าง)ที่อยู่ในเหตุการณ์ร่วมรีวิว ต่างบอกว่ามันมึนหัวอ่ะแกรรรร คือไม่ได้เหม็นมาก แต่ดมนานๆก็เวียนหัวนะ แนะนำว่า อย่าอยู่ในห้องปิด เพราะกลิ่นจะอบอวลในห้อง ควรใช้ที่ลานโล่งๆ จะหายใจสะดวกกว่า แต่เรื่องกลิ่น ก็จมูกใครจมูกมันนะคะ บางคนหอม บางคนเหม็น ต้องลองกันเองเนอะ


ต่อมาคือเนื้อสัมผัสของมูส O-Derma Hair Remover Foam มูสละลายขน พอฉีดออกมา มันจะเป็นมูสแบบละเอียดๆ เหมือนมูสแต่งผมเลย ดูนุ่มๆนิ่มๆ แต่พอซักแปปมันจะค่อยๆฟูขึ้น แล้วจากมูสละเอียดก็จะกลายเป็นฟองๆ

แล้วถ้าใครใช้สำหรับกำจัดขนบริเวณขนหน้าแข้ง ถ้าฉีดมูสแล้ว ห้ามเดินค่ะ ต้องนั่งนิ่งๆ คือน้ำตาลฉีดกำจัดขนที่หน้าแข้ง พอเริ่มเดิน มูสหลุดออกมาเป็นแผงเลยค่ะ ต้องฉีดใหม่อี๊กกกก เสียดายของ แนะนำว่า ถ้าฉีดแล้ว ให้นั่งท่าเดิม หาอะไรทำรอเวลาไปเลยค่ะ 10 นาที


วิธีการใช้ O-Derma Hair Remover Foam มูสละลายขน ง่ายมากกกกก เพียง 3 ขั้นตอน
1. ฉีด - ฉีดให้ทั่วบริเวณที่ต้องการกำจัดขน และทิ้งไว้ 10 นาที ถ้าเช็ดรอบแรกแล้วยังมีบริเวณที่ไม่โดนเนื้อมูส สามารถฉีดซ้ำบางๆได้อีกรอบเลย


2. เช็ด - ก่อนเช็ดควรเอานิ้วหรือมือวนๆดูว่าขนละลายออกมาจริงๆ หลังจากนั้น ให้ใช้กระดาษทิชชูสีขาว หรือผ้าสีขาวเช็ดย้อนรูขุมขน (จากด้านล่างขึ้นบน)


3. ล้าง - ล้างบริเวณที่ใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดขนออกด้วยน้ำสะอาด


ข้อควรระวัง
- สำหรับคนที่เพิ่งโกน หรือทำเลเซอร์ ให้พักผิวก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ 1 อาทิตย์
- ใช้กำจัดขนได้ทุกบริเวณ แต่บริเวณบิกินี่ ให้ระวังมูสสัมผัสจุดที่ละเอียดอ่อน

มาดูภาพแบบซูมกันอีกซักทีจ้า ขนละลายเป็นอย่างไร กำจัดขนได้ขนาดไหน ดูได้จากภาพ


หลังจากได้ใช้ O-Derma Hair Remover Foam มูสละลายขน น้ำตาลชอบนะคะ คือมันกำจัดขนได้แบบง่ายๆ และไม่เจ็บเลย ไม่แสบผิว ไม่คัน ไม่แดง คือดีมาก เทียบกับวีธีเดิมๆที่เคยใช้มา

ปกติถ้ารีบก็จะโกนเลยค่ะ ง่ายดี แต่บางทีก็บาดผิว โกนเสร็จก็จะแสบๆ แถมขนขึ้นใหม่เป็นตอแข็งๆด้วย แต่ถ้าไม่รีบก็จะใช้เครื่องถอน ซึ่งการใช้เครื่องถอนเนี่ย ถอนยันรากจริง แต่เจ็บไง กว่าจะถอนหมดขา น้ำตาก็เช็ดหัวเข่า ยิ่งขนยาว ยิ่งเจ็บมาก ฮือออ

แต่ที่ O-Derma Hair Remover Foam มูสละลายขน เคลมว่ากำจัดขนถึงโคน ส่วนตัวน้ำตาลไม่เชื่ออ่ะ เพราะมันเห็นๆอยู่ ว่ามีบางบริเวณที่เป็นตอดำๆ เหมือนยังมีรากอยู่เลย เหมือนมูสมันกัดแค่ขนออกไป แต่ไม่ได้กำจัดขนขนาดดึงรากออกไปน่ะ แต่ถ้าถามว่าโอเคมั๊ย ก็ถือว่าโอเค เพราะขั้นตอนการใช้กำจัดขน มันง่ายจริง และขนละลายออกมาให้เห็นจริงๆ ดูตามคลิปสั้นๆด้านล่างได้เลยจ้า เป็นตอนที่เช็ดมูสออกมานะคะ


ใครดูแล้วสนใจอยากลองของบ้าง พุ่งตัวไปสั่งซื้อได้ที่หน้าแฟนเพจ O-Derma Thailand ได้เลยค่ะ

ขนาดบรรจุ 120 ml. / ราคา 490 บาท / เลขที่จดแจ้ง 10-2-5970747

และปิดท้ายด้วย Before & After ... ตอนนี้ขนไม่ดกแล้ว งั้นขอจบรีวิวแล้วไปหาขาสั้นใส่โชว์ขาก่อนนะคะ บายยย



ฝากกด Like Fanpage ให้ด้วยน๊าาา จิ้มปุ่มด้านล่างได้เลยจ้า :)


****************************

Update :

ตอนที่รีวิว O-Derma Hair Remover Foam มูสละลายขน ไป มีคนสงสัยว่า ใช้แล้วขนใหม่เป็นไง? ขนคุดมั๊ย? ขนยาวเร็วรึเปล่า? น้ำตาลเลยจะมาอัพเดทผลให้ทราบกันค่ะ

หลังจากใช้งาน O-Derma Hair Remover Foam มูสละลายขน ผ่านไป 7 วัน ขนก็เริ่มงอกใหม่ คือมันก็งอกมาเรื่อยๆตั้งแต่ 3 วันแรก แต่ยังไม่ได้ชัดมาก พอเข้าวันที่ 7 ก็จะเริ่มเห้นชัด ลักษณะขนไม่คุด แต่จะไม่ได้เป็นขนอ่อนเหมือนเวลาแว็กซ์หรือใช้เครื่องถอน มันจะเป็นตอๆ เหมือนตอนโกน ดูจากภาพเลยจ้า

แต่สรุป ก็ยังพอใจนะ เพราะใช้ง่าย ไม่เจ็บ ขนไม่คุด ถึงขนใหม่จะงอกไวไปซักหน่อยก็เถอะ แต่สำหรับคนที่ขนบาง คิดว่าน่าจะโอเคนะคะ ใครสนใจ ไปหาซื้อกันได้ค่ะ ที่ซื้อบอกไปแล้ว กลับไปอ่านข้างบนเนาะ วันนี้ไปแล้วค่ะ บายค่าาาาา ^-^



หมายเหตุ : ผลิตภัณฑ์นี้ ได้รับการสนับสนุนจาก O-Derma และ https://th.revu.net

อ่านต่อ >>>

วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2560

รีวิว Gravitas Activator กราวีธัส แอคทิเวเตอร์ เซรั่ม ลดริ้วรอยเฉพาะจุด ตีนกา หน้าผาก ร่องแก้ม ด้วยนวัตกรรมสารสกัดจากปลาดาว

หลังจากที่เคยรีวิว Gravitas Cream ครีมปลาดาว กันไปแล้ว วันนี้มีอีกตัวมารีวิวให้ดูกันนะคะ ซึ่งตัวนี้ก็เป็นผลิตภัณฑ์ในไลน์ของการลดริ้วรอยเช่นเดิม แต่เพิ่มเติมที่ตัวนี้เน้นแก้ปัญหาริ้วรอยเฉพาะจุด เช่น รอยตีนกา รอยย่นลึกๆบนหน้าผาก หางตา ร่องแก้ม

กราวีธัส แอคทิเวเตอร์ เซรั่ม สารสกัดจากปลาดาว เป็นเซรั่มสกัดเข้มข้น เน้นจัดการปัญหาริ้วรอยร่องลึกเฉพาะจุด ด้วยพลังในการฟื้นบำรุงความกระชับปลุกพลังผิวที่ประสบกับปัญหาริ้วรอยตามกาลเวลาและความหย่อนคล้อยให้ดูเลือนลง


Gravitas กราวีธัส สารสกัดจากปลาดาว มีผลิตภัณฑ์ในไลน์ทั้งหมด 2 ตัว คือ
1. ครีมบำรุง (เป็นกระปุกครีม) : Gravitas Deep Wrinkle and Firming Facial Treatment  (อ่านรีวิว กราวีธัส ครีมปลาดาว คลิ๊กที่นี่)
2. แอคทิเวเตอร์ เซรั่ม (เป็นแท่งลูกกลิ้ง) : Gravitas Deep Wrinkle and Lifting Activator

ซึ่งตัวที่เน้นแก้ปัญหาริ้วรอยเฉพาะจุด ที่จะมารีวิวในวันนี้ก็คือตัว กราวีธัส แอคทิเวเตอร์ เซรั่ม สารสกัดจากปลาดาว มีชื่อเต็มๆ คือ Gravitas Deep Wrinkle and Lifting Activator อ่านว่า กราวีธัส ดีฟ ริงเคิล แอนด์ ลิฟติ้ง แอคทิเวเตอร์ ในรีวิวนี้ ขอเรียกให้สั้นลงว่า กราวีธัส เซรั่มปลาดาว นะคะ



ก่อนจะพูดถึงตัวผลิตภัณฑ์ ขอพูดถึงส่วนผสมหลักของ Gravitas กราวีธัส กันก่อนค่ะ ส่วนผสมหลักของเค้าก็คือ สารสกัดจากปลาดาวนั่นเอง ซึ่งบางคนอาจจะยังสงสัยว่า สารสกัดจากปลาดาวมันดียังไง พิเศษตรงไหนใช่ไหมคะ???

ความพิเศษของ สารสกัดจากปลาดาวก็คือ เมื่อปลาดาวถูกไล่ล่า ปลาดาวจะสลัดแขนข้างหนึ่งทิ้งไป เพื่อหลอกศัตรู และจะสามารถงอกแขนขึ้นใหม่ขึ้นมาทดแทน ส่วนแขนที่สลัดทิ้งไปจะกลายเป็นปลาดาวตัวใหม่ได้อย่างอัศจรรย์ จึงเปรียบปลาดาวเป็นได้ดั่ง “Stem Cell” หรือเซลล์ต้นกำเนิด


และปลาดาวเป็นสัตว์ที่มีพลังชีวิตสูง มีโปรตีนและคอลลาเจนเป็นองค์ประกอบในเนื้อเยื่อมากถึง 50% เมื่อได้รับบาดเจ็บจะสามารถสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาแทนที่เซลล์เดิมได้ โดยไม่มีรอยแผล รูปร่างของส่วนที่งอกใหม่กลับมาดูเหมือนเดิม จึงเป็นที่มาของ นวัตกรรม starfish v-activating complex™  ที่มีอยู่ใน Gravitas กราวีธัส นั่นเอง

กราวีธัส เซรั่มปลาดาว แพคเกจเป็นสีทองสวยงามและหรูหราเช่นเดียวกับครีม ด้านในเป็นแท่งสีเหลี่ยมสีน้ำตาลทอง  ความยาว 15 ซม. จับได้ถนัดมือ ส่วนหัวเป็นลูกกลิ้ง
ขนาดบรรจุ 15 มล.
เลขที่จดแจ้ง 10-1-5856771


กราวีธัส เซรั่มปลาดาว จะไม่ได้ใช้ทาทั้งหน้าแบบครีมนะคะ เพราะตัวนี้เค้ามีหัวลูกกลิ้งไว้ให้ใช้กลิ้งไปบนใบหน้าได้เลย น่าจะเพื่อกระตุ้นต่อมน้ำเหลือง และกระตุ้นการไหลเวียนของเส้นเลือดให้สูบฉีด เสมือนการนวดหน้า

วิธีใช้
ให้เปิดฝาออก จับที่ด้ามแอคทิเวเตอร์ ของ กราวีธัส เซรั่มปลาดาว ให้ถนัดมือ ถัดจากลูกกลิ้งลงมาจะมีที่ให้กด (ถ้าอ่านแล้วงง ขอให้ดูภาพประกอบ) ก็กดลงเบาๆ เหมือนเวลากดปากกา กดดินสอกดเลยค่ะ เนื้อเซรั่มก็จะซึมขึ้นมารอบๆหัวลูกกลิ้ง เพื่อให้เราใช้ทาเลย ... ย้ำว่ากดเบาๆ ไม่งั้นเนื้อเซรั่มจะทะลัก น้ำตาลโดนมาแล้วค่ะ 555+++


ต่อไป มาลองปาดดูเนื้อเซรี่มที่บริเวณหลังมือกันค่ะ กราวีธัส เซรั่มปลาดาว มีลักษณะเป็นเจลใส สีขาวขุ่น เมื่อลองปาดดู จะเป็นเนื้อเจลใสๆ เคลือบอยู่ที่ผิว พอทาวนไปเรื่อยๆ เซรั่มจะเริ่มซึมและแห้งไป ไม่ทิ้งคราบ ไม่เหนียวเหนอะหนะ แต่จะเหมือนมีฟิล์มบางๆเคลือบผิวไว้ค่ะ


ทามือแล้ว ก็ต้องทาหน้าสิค่ะ สำหรับใครที่ใช้ กราวีธัส ครีมปลาดาว ด้วย ให้ทาครีมให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยทา กราวีธัส เซรั่มปลาดาว ตามนะคะ

อ่ะ... เริ่มจากที่หน้าผากก่อนเลย โดยทาตามแนวริ้วรอย จากซ้ายไปขวา หรือจะขวาไปซ้ายก็แล้วแต่ถนัด น้ำตาลทาแบบตรงปาดไปเรื่อยๆ เข้าใจว่าจะช่วยรีดรอยลึกด้วยหัวลูกกลิ้งได้ ทาไปจนเริ่มซึม ก็ไปต่อค่ะ


ต่อไปเป็นการทา กราวีธัส เซรั่มปลาดาว แบบต่อเนื่องนะคะ คือกลิ้งยาวรวดเดียวเลย โดยเริ่มจากตรงมุมปาก กลิ้งขึ้นไปตามร่องแก้มจนถึงปีกจมูก แล้วขึ้นไปตามแนวสันจมูก ไปที่ใต้ตาตรงบริเวณหัวตา แล้วลากไปตามแนวใต้ตาไปทางหางตา ถึงหางตาก็ลากขึ้นไปทางขมับ ทาตามแนวนี้ไปเรื่อยๆ จนเซรั่มซึมลงผิว ทำทั้งด้านซ้ายและขวาค่ะ


หลังจากทาเซรั่มเสร็จจะรู้สึกว่าหน้าชุ่มชื่นมากกกกกก เพราะเนื้อเซรั่มมันจะชุ่มๆ หัวลูกกลิ้งจะลื่นๆ เย็นๆ ดูทีวีไป ไถไป เพลินเชียวแหละ กดเซรั่มออกมานิดเดียว กลิ้งได้ทั่วหน้า ก็ดีประประหยัดดี 555+++

หลังใช้ กราวีธัส เซรั่มปลาดาว ผิวหน้าก็จะนุ่มๆ ตึงๆ ริ้วรอยลดลงบ้าง แต่เป็นริ้วรอยแบบไม่ลึกมาก แต่ถ้าใช้นานกว่านี้ อาจจะผลชัดเจนขึ้น ยังไงขอลองใช้อีกซักพักแล้วจะมาอัพเดทอีกทีนะคะ

ใครที่สนใจ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ Gravitas กราวีธัส สารสกัดจากปลาดาว ได้จากช่องทางต่อไปนี้ค่ะ

เว็บไซต์ : www.gravitaslifting.com
แฟนเพจ : www.facebook.com/GravitasThailand
IG : @GravitasThailand
LINE@ : ค้นหาเพื่อนด้วยชื่อ @Gravitas


ปล. ใครยังไม่ได้อ่านรีวิว Gravitas Cream ครีมปลาดาว กดอ่านย้อนหลังกันได้เลย

ฝากกด Like Fanpage ให้ด้วยน๊าาา จิ้มปุ่มด้านล่างได้เลยจ้า :)



ขอส่งท้ายกันด้วยพี่ต่าย เพ็ญพักตร์ ที่จะมาบอกเคล็ดลับความสวยด้วย "กราวีธัส" พบกันใหม่รีวิวหน้าจ้า บายยยยย


อ่านต่อ >>>

วันจันทร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2560

รีวิว BIORE UV Aqua Rich Watery Essence SPF50+/PA++++ กันแดดเนื้อเอสเซ้นส์บางเบา แต่ปกป้องคอลลาเจน ให้ผิวดูไบรท์ ไกลผิวแก่

นี่มันฤดูอะไรคะเนี่ย จริงๆมันควรจะหนาวใช่ป่ะ แต่ทำไมมันร้อนขนาดนี้ -___-

สาวๆรู้ไหมคะว่า แสงแดดอันตรายกับความสวยของเราเป็นอย่างยิ่ง เพราะรังสี UVA ในแดด ทำร้ายผิวลึกถึงชั้นคอลลาเจน ทำให้ผิวแก่ก่อนวัย หมองคล้ำ และยังเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำอีกด้วย ดังนั้นสิ่งที่สำคัญมากๆสำหรับการเผชิญแดดระดับวัวตายควายล้มแบบนี้ ก็คือครีมกันแดดนั่นเอง วันนี้น้ำตาลเลยจะมารีวิว BIORE UV Aqua Rich Watery Essence SPF50+/PA++++ (บิโอเร ยูวี อะควา ริช วอเตอร์รี่ เอสเซ้นส์ เอสพีเอฟ 50+/พีเอ++++) ให้ชมกันค่ะ


BIORE UV Aqua Rich Watery Essence SPF50+/PA++++ (บิโอเร ยูวี อะควา ริช วอเตอร์รี่ เอสเซ้นส์ เอสพีเอฟ 50+/พีเอ++++) ครีมกันแดดเนื้อเอสเซ้นส์ สำหรับผิวหน้าและลำคอ เพิ่มประสิทธิภาพการปกป้องผิวจากรังสี UVB และ UVA ที่ระดับสูงสุด ด้วยนวัตกรรมกันแดดอัจฉริยะจากญี่ปุ่น สูตรน้ำ เนื้อบางเบาพิเศษ ไม่มันเหนอะหนะ เป็นกันแดดสูตรน้ำ บางเบา แต่ปกป้องขั้นสุดเต็มประสิทธิภาพ ด้วย PA++++ ป้องกันรังสี UVA จากแสงแดด ไม่ให้ทำร้ายคอลลาเจน ให้ผิวดูไบรท์ ไกลผิวแก่

แพคเกจจะเป็นหลอดสีฟ้า ขนาดประมาณฝ่ามือ จับใช้งานถนัดมือ พกพาสะดวก มี SPF 50+ PA++++ (PA4+) ชัดเจน


จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ BIORE UV Aqua Rich Watery Essence SPF50+/PA++++ (บิโอเร ยูวี อะควา ริช วอเตอร์รี่ เอสเซ้นส์ เอสพีเอฟ 50+/พีเอ++++)

ป้องกันผิวหมองคล้ำและริ้วรอยก่อนวัย

• UV Aqua Jelly Capsule กันแดดอัจฉริยะ เก็บกัก SPF50+/PA++++ ในแคปซูลอนุภาคเล็ก ปกป้องผิวจากรังสี UVB/UVA ที่ระดับการปกป้องสูงสุดอย่างมีประสิทธิภาพและยาวนานยิ่งขึ้น
• SPF50+ ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVB ไม่ให้หมองคล้ำ ป้องกันการเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ
• PA++++ ช่วยลดสาเหตุของริ้วรอยก่อนวัย จากรังสี UVA ที่ทำลายชั้นคอลลาเจน


ไม่มันเหนอะหนะใช้ได้ทุกวัน

• สูตรน้ำ เนื้อเอสเซ้นส์บางเบาพิเศษ ไม่เหนียวเหนอะหนะ เกลี่ยง่าย ซึมซาบเร็ว ใช้ได้ทุกวัน สามารถทาซ้ำระหว่างวันได้
• ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียน แต่งหน้าง่ายขึ้น และเมคอัพติดทนนาน
• ผ่านการทดสอบการระคายเคืองผิว (Allergy Tested)

ผิวชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้าน

• ผสาน Hyaluronic acid และ Royal Jelly Extract (สารสกัดน้ำผึ้ง) ช่วยบำรุงให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น พร้อมกลิ่นหอมสดชื่น
• ดูแลผิวด้วย Mixed Citrus Essence จากสารสกัดเกรฟฟรุ๊ต ออเรนจ์ และเลมอน อุดมด้วยความชุ่มชื่นเหมือนเติมน้ำให้ผิวไม่แห้งกร้าน


เชื่อว่าสาวๆคงคุ้นๆกับครีมกันแดดของบิโอเรกันเป็นอย่างดี เพราะเค้าเลื่องลือเรื่องครีมกันแดดที่ปกป้องได้ดี ไม่เหนียวเหนอหนะ ทาทับระหว่างวันได้ แถมยังมี SPF50+ PA++++ (PA4+)  แหม่ๆๆๆ ดีจริงดีจังเลยใช่มั๊ยล่ะ แต่สิบปากว่าไม่าตาเห็น สิบตาเห็นก็ไม่เท่าลองเอง งั้นลองสิคะรออะไร

เนื้อครีมจะเหลวๆหน่อย สีออกอมเหลืองนวลๆ กลิ่นเปรี้ยวๆ ฉุนๆหน่อย พอเกลี่ยเนื้อครีมจะแตกตัวเป็นน้ำๆ ทาวนๆไปซักแป๊บนึง ครีมก็จะซึมลงผิว


ต่อไป มาทางลงที่หน้ากันบ้างค่ะ ป้ายเลย 5 จุดบนหน้า 2 จุดที่คอ แล้วทาให้ทั่ว แต่ในรูปคือแต้มครีมแต่ละจุดหนักมือไปหน่อย ทาไปแล้วหน้าฉ่ำมว๊ากกกกก 555+++ จริงๆไม่ต้องใช้เยอะขนาดนี้นะคะ


ถ้าใครที่อ่านบล็อกอยุ่เรื่อยๆ ก็คงพอจะรู้ว่าน้ำตาลเป็นคนไม่ชอบทาครีมนะ เพราะมันเหนียว เหนอะหนะ แต่สำหรับ BIORE UV Aqua Rich Watery Essence SPF50+/PA++++ (บิโอเร ยูวี อะควา ริช วอเตอร์รี่ เอสเซ้นส์ เอสพีเอฟ 50+/พีเอ++++) บอกเลยว่าพอใจมาก เพราะกันแดดที่เป็นเอสเซ้นส์ตัวนี้บางเบา ซึมเร็ว ไม่เหนียวเหนอหนะ ไม่เป็นคราบ ไม่ทิ้งความมัน ไม่หนักหน้า ซึ่งดีมากๆเลย สามารถแต่งหน้าต่อได้เลย สบายผิวสุดๆ

แต่แอบหักคะแนนตรงกลิ่น มันออกเปรี้ยวๆ ทะแม่งๆ อ่ะ ส่วนตัวไม่ค่อยชอบกลิ่นแบบนี้ ชอบแบบหอมอ่อนๆมากกว่า แต่ใช่ไปเรื่อยๆก็ชินไปเองนะ แล้วพอเนื้อครีมแห้ง กลิ่นก็จะจางไปเองค่ะ


ใครสนใจซื้อมาใช้บ้าง หาซื้อได้ง่ายมากค่ะ เท่าที่เห็นก็มีทุกที่แหละ 7-11 , watson , boots , ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป ราคาหลอดละ 420 บาท (ขนาด 50 กรัม)

ติดตามข้อมูล และข่าวสารของ Biore กันได้ที่ www.biorethailand.com หรือที่แฟนเพจ www.facebook.com/Biorethailand จ้า

วันนี้ไปก่อนนะคะ บายยยยย

ฝากกด Like Fanpage ให้ด้วยน๊าาา จิ้มปุ่มด้านล่างได้เลยจ้า :)



หมายเหตุ : ผลิตภัณฑ์นี้ ได้รับการสนับสนุนจาก Biore และ https://th.revu.net
อ่านต่อ >>>