แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ revu แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ revu แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2560

รีวิว SMOOTH E BABYFACE GEL สูตร EXTRA SENSITIVE (สมูทอี เบบี้เฟซ เจล สูตรเอ็กซ์ตร้า เซนซิทีฟ คลีนซิ่งเจล)

สวัสดีค่ะ ช่วงนี้น้ำตาลรู้สึกว่าผิวหน้าเริ่มจะแย่ เพราะรู้สึกว่าเริ่มแพ้ง่าย ขึ้นผด เป็นขุย หน้าลอก ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าผิวแพ้อะไร หรือว่าล้างหน้าไม่สะอาด ดังนั้นเลยจำเป็นต้องหาตัวช่วยในการดูแลผิวหน้าในช่วงที่ผิวบอบบางกันหน่อยค่ะ

พูดถึงการล้างหน้า ตอนนี้ก็จะมีผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ออกมามากมาย แต่จากที่ลองหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตมา ก็พบว่าผลิตภัณฑ์ล้างหน้าแบบไม่มีฟอง  มันมีข้อดีคือ ปราศจากสารเคมีเติมแต่งที่ทำให้เกิดฟอง (Sodium Lauryl Sulfate : SLS) จึงไม่ทิ้งประจุไฟฟ้าอันเป็นสาเหตุสำคัญของอาการอักเสบในชั้นผิวภายใน ลดการเกิดผื่นคัน แพ้ ระคายเคือง และ มีค่าสมดุลของกรด-ด่าง (pH) ในระดับที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติ จึงดีต่อผิว

ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะที่สุด ที่จะนำมารีวิวในวันนี้ก็คือ SMOOTH E BABYFACE GEL สูตร EXTRA SENSITIVE อ่านภาษาไทยว่า สมูทอี เบบี้เฟซ เจล สูตรเอ็กซ์ตร้า เซนซิทีฟ คลีนซิ่งเจล ซึ่งเหมาะสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่ายและเป็นสิวง่าย นั่นเองค่ะ


มาดูข้อมูลจากทางแบรนด์กันก่อนนะคะ

SMOOTH E BABYFACE GEL สูตร EXTRA SENSITIVE (สมูทอี เบบี้เฟซ เจล สูตรเอ็กซ์ตร้า เซนซิทีฟ คลีนซิ่งเจล) เจลล้างหน้าสูตรไม่มีฟอง ไม่มีประจุไฟฟ้า ไม่มีสาร Surfactant จึงไม่ทิ้งสารตกค้างอันเป็นสาเหตุของสิวและริ้วรอย ซึ่งเป็นสูตรเจลล้างหน้าที่ปราศจากสารที่ก่อให้เกิดการแพ้ เช่น แอลกอฮอล์ และน้ำมัน มีความอ่อนโยนต่อผิวหน้าสูง ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง และเป็นสูตรเดียวกับที่แพทย์ผิวหนังแนะนำให้ผู้มีปัญหาผิวใช้

นอกจากนี้เจลล้างหน้ายังเป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์ผิวหนังว่าเหมาะกับผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่ายและมีแนวโน้มเป็นสิวง่าย พร้อมทั้งยังมีมีส่วนผสมของวิตามินอี เนื้อเจลปราศจากน้ำมัน จึงไม่ก่อให้เกิดความมันบนใบหน้า สามารถรักษาความสมดุล ความชุ่มชื้นผิว เพื่อผิวที่เนียนเรียบ และสดใสจนรู้สึกได้

หน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ


ส่วนผสมหลักใน SMOOTH E BABYFACE GEL สูตร EXTRA SENSITIVE (สมูทอี เบบี้เฟซ เจล สูตรเอ็กซ์ตร้า เซนซิทีฟ คลีนซิ่งเจล)
- Vitamin E
ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ สาเหตุหลักของสิวและริ้วรอย พร้อมช่วยฟื้นฟูคืนชีวิตใหม่ให้เซลล์ผิว เพื่อผิวที่เรียบเนียน ตึงกระชับ ไร้ริ้วรอย ดูอ่อนเยาว์อย่างเห็นได้ชัด
- Algae extract, Olive extract
ช่วยเสริมสร้างให้ผิวเนียนนุ่ม เกลี้ยงเกลา และอ่อนกว่าวัยยิ่งขึ้น

และเพื่อเป็นการตอกย้ำกันให้มั่นใจสุดๆ ว่า SMOOTH E BABYFACE GEL สูตร EXTRA SENSITIVE (สมูทอี เบบี้เฟซ เจล สูตรเอ็กซ์ตร้า เซนซิทีฟ คลีนซิ่งเจล) มันดีกับผิวแพ้ง่ายจริงๆ นะเทอว์ จึงขอลิสต์ ออกมาเป็นข้อๆ ให้ชัดๆ กันไปเลย ตามนี้ค่ะ

1.พัฒนาเพื่อผิวบอบบางแพ้ง่ายและเป็นสิวง่าย ปราศจากสารที่ก่อให้เกิดการแพ้ เช่น แอลกอฮอล์ และน้ำมัน
2.สารสกัดและส่วนผสมต่างๆ คัดสรรมาจากธรรมชาติ จึงไม่มีสารเคมีรุนแรงที่อาจทำให้เกิดการระคายเคือง
3.ผ่านการทดสอบทางการแพทย์แล้วว่าไม่ทำให้เกิดการระคายเคือง
4.เป็นเจลล้างหน้า Non-ionic แท้100% ทำความสะอาดได้ลึกหมดจด ไม่มีฟอง และประจุไฟฟ้า ไม่ทิ้งสารตกค้างที่เป็นสาเหตุของสิว และ สิวอักเสบ
5.ปราศจากสาร SLS (SLS Free) ซึ่งเป็นสารเคมีที่ใช้ลดแรงตึงผิวของน้ำและมักถูกใช้ในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด แต่เป็นสารที่อาจทำระคายเคืองผิว และทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น
6.สูตร Hypo Allergenic Formula
7.เทคโนโลยี OMC (Optimum Moisturizing Complex) มอยซ์เจอร์ไรซิ่งสูตรเฉพาะของสมูทอี ที่พบว่าให้ความชุ่มชื้นในระดับที่เหมาะสมกับผิวหน้าคนเอเชียมากที่สุด ช่วยบำรุงผิวขณะล้าง ทำให้ผิวหน้าเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น ไม่แห้งตึงหลังล้าง

ต่อไป มาลองใช้กันค่ะ ขนาดกำลังเหมาะมี เปิดฝาออกมาจะเป็นรูปเล็กๆ น่าจะป้องกันไม่ให้เจลไหล


วิธีใช้ ให้บีบบเจล แล้วแต้ม ที่หน้าผาก แก้มทั้ง 2 ข้าง และทีโซน จากนั้น นวดวนเป็นวงกลม เบาๆ ให้ทั่วใบหน้า แล้วล้างออก ซับหน้าให้แห้ง เท่านี้เองจ้า


ความรู้สึกหลังใช้ SMOOTH E BABYFACE GEL สูตร EXTRA SENSITIVE (สมูทอี เบบี้เฟซ เจล สูตรเอ็กซ์ตร้า เซนซิทีฟ คลีนซิ่งเจล) คือ ชอบมากกกกกกกกก

ข้อแรกเลยคือ กลิ่นหอม แบบว่า หอมตั้งแต่ยังไม่เปิดกล่อง แล้วกลื่นแบบสะอาดๆ เวลานวดหน้า คือเพลินมากๆ แต่ใครแพ้น้ำหอม ก็ดูส่วนประกอบกันให้ดีๆก่อนนะคะ และข้อที่ 2 คือหลังล้างหน้า ผิวจะนุ่ม ไม่แห้ง ไม่เอี๊ยด แล้วลื่นๆมือดี จับหน้าแล้วรู้สึกชอบ รู้สึกว่ามันสะอาดดี

สำหรับใครที่สนใจ SMOOTH E BABYFACE GEL สูตร EXTRA SENSITIVE (สมูทอี เบบี้เฟซ เจล สูตรเอ็กซ์ตร้า เซนซิทีฟ คลีนซิ่งเจล) สามารถหาซื้อกันได้ตามห้างสรรพสินค้า และร้านขายยาทั่วไปได้เลยค่ะ ขนาด 99ml. ราคา 240 บาทค่ะ

หรือติดตามข่าวสารต่างๆของ SmoothE ได้ที่
แฟนเพจ  https://www.facebook.com/SmoothEThailand
เว็บไซต์  http://www.smooth-e.com

ตบท้ายด้วยคลิปแนะนำวิธีการใช้แบบง่ายๆ จากพรีเซนเตอร์คนสวย คิมเบอร์ลี่ ค่ะ บายยยยย ^^


ฝากกด Like Fanpage ให้ด้วยน๊าาา จิ้มปุ่มด้านล่างได้เลยจ้า :)



หมายเหตุ : ผลิตภัณฑ์นี้ ได้รับการสนับสนุนจาก SmoothE และ https://th.revu.net
อ่านต่อ >>>

วันพุธที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2560

รีวิว O-Derma Hair Remover Foam ขนเยอะแล้วไง กำจัดได้ด้วย มูสกำจัดขนสูตรเย็นจากเกาหลี เพียง ฉีด เช็ด ล้าง ง่ายกว่านี้มีอีกมั๊ย???

ใครขนดก ยกมือขึ้นนนนนนนน #ยกเด่ะรอไร 5555

น้ำตาลเป็นคนนึงนะคะที่มีปัญหาขนเยอะ ขนดก ยิ่งหน้าแข้งนี่บอกเลยว่าอย่าให้เซดดดด ถ้าไม่ดูหน้าแล้วมองแต่ขา คิดว่าขาผู้ชายนะเทอออออ แบบว่าพ่อให้มาเยอะ

แต่ถ้าใส่ขาสั้นแล้วขนจะดกและยาวมันก็จะดูไม่งามชิมิ ดังนั้นวันนี้ เลยจะมารีวิวผลิตภัณฑ์กำจัดขน O-Derma Hair Remover Foam อ่านว่า โอ เดอร์มา แฮร์ รีมูฟเวอร์ โฟม เป็นมูสละลายขน สูตรเย็น กลิ่นหอม ด้วยเทคโนโลยีจากประเทศเกาหลี ผลิตที่เกาหลีเลยนะเทอ กำจัดได้ถึงโคน ขนขึ้นใหม่จะไม่แข็ง หรือคันเหมือนการโกน และไม่เป็นขนคุดเหมือนการถอน


จุดเด่นของ O-Derma Hair Remover Foam คือ มีเป็นเนื้อมูส มูสกำจัดขนละลายขนอ่ะ ฉีดออกมาเนื้อมูลจะเป็นสีขาว ดูละมุน แต่ประสิทธิภาพเด่นเด้ง คือแค่ฉีด ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วเช็ด ขนก็จะละลายหลุดออกมาเลย หลังจากนั้นล้างมูสที่ยังเหลือติดขาออก แล้วจบเลย ขาไร้ขนก็จะปรากฎสู่สายตาชาวโลก วะฮะฮ่ะะะะะ ง่ายไปอีกกกกกกกก

เคลมขนาดนี้ ดีจริงสมราคาคุยรึเปล่า? ใครจะรู้? อยากรู้ต้องลองสิจ๊ะ ว่าแล้วก็ไปลองใช้ O-Derma Hair Remover Foam มูสละลายขน กันเลยจ้า

มาดูหน้าตากันก่อนค่ะ เป็นกระป๋องแบบมูสทั่วไป สีขาวดูสะอาดตา ขนาดบรรจุ 120 ml. ขนาดกระป๋องกำลังดี จับถนัดมือ


O-Derma Hair Remover Foam มูสละลายขน กลิ่นจะเหมือนยาย้อมผมอ่ะ คือเค้าบอกปรับสูตรแล้ว แต่ส่วนตัว(และคนรอบข้าง)ที่อยู่ในเหตุการณ์ร่วมรีวิว ต่างบอกว่ามันมึนหัวอ่ะแกรรรร คือไม่ได้เหม็นมาก แต่ดมนานๆก็เวียนหัวนะ แนะนำว่า อย่าอยู่ในห้องปิด เพราะกลิ่นจะอบอวลในห้อง ควรใช้ที่ลานโล่งๆ จะหายใจสะดวกกว่า แต่เรื่องกลิ่น ก็จมูกใครจมูกมันนะคะ บางคนหอม บางคนเหม็น ต้องลองกันเองเนอะ


ต่อมาคือเนื้อสัมผัสของมูส O-Derma Hair Remover Foam มูสละลายขน พอฉีดออกมา มันจะเป็นมูสแบบละเอียดๆ เหมือนมูสแต่งผมเลย ดูนุ่มๆนิ่มๆ แต่พอซักแปปมันจะค่อยๆฟูขึ้น แล้วจากมูสละเอียดก็จะกลายเป็นฟองๆ

แล้วถ้าใครใช้สำหรับกำจัดขนบริเวณขนหน้าแข้ง ถ้าฉีดมูสแล้ว ห้ามเดินค่ะ ต้องนั่งนิ่งๆ คือน้ำตาลฉีดกำจัดขนที่หน้าแข้ง พอเริ่มเดิน มูสหลุดออกมาเป็นแผงเลยค่ะ ต้องฉีดใหม่อี๊กกกก เสียดายของ แนะนำว่า ถ้าฉีดแล้ว ให้นั่งท่าเดิม หาอะไรทำรอเวลาไปเลยค่ะ 10 นาที


วิธีการใช้ O-Derma Hair Remover Foam มูสละลายขน ง่ายมากกกกก เพียง 3 ขั้นตอน
1. ฉีด - ฉีดให้ทั่วบริเวณที่ต้องการกำจัดขน และทิ้งไว้ 10 นาที ถ้าเช็ดรอบแรกแล้วยังมีบริเวณที่ไม่โดนเนื้อมูส สามารถฉีดซ้ำบางๆได้อีกรอบเลย


2. เช็ด - ก่อนเช็ดควรเอานิ้วหรือมือวนๆดูว่าขนละลายออกมาจริงๆ หลังจากนั้น ให้ใช้กระดาษทิชชูสีขาว หรือผ้าสีขาวเช็ดย้อนรูขุมขน (จากด้านล่างขึ้นบน)


3. ล้าง - ล้างบริเวณที่ใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดขนออกด้วยน้ำสะอาด


ข้อควรระวัง
- สำหรับคนที่เพิ่งโกน หรือทำเลเซอร์ ให้พักผิวก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ 1 อาทิตย์
- ใช้กำจัดขนได้ทุกบริเวณ แต่บริเวณบิกินี่ ให้ระวังมูสสัมผัสจุดที่ละเอียดอ่อน

มาดูภาพแบบซูมกันอีกซักทีจ้า ขนละลายเป็นอย่างไร กำจัดขนได้ขนาดไหน ดูได้จากภาพ


หลังจากได้ใช้ O-Derma Hair Remover Foam มูสละลายขน น้ำตาลชอบนะคะ คือมันกำจัดขนได้แบบง่ายๆ และไม่เจ็บเลย ไม่แสบผิว ไม่คัน ไม่แดง คือดีมาก เทียบกับวีธีเดิมๆที่เคยใช้มา

ปกติถ้ารีบก็จะโกนเลยค่ะ ง่ายดี แต่บางทีก็บาดผิว โกนเสร็จก็จะแสบๆ แถมขนขึ้นใหม่เป็นตอแข็งๆด้วย แต่ถ้าไม่รีบก็จะใช้เครื่องถอน ซึ่งการใช้เครื่องถอนเนี่ย ถอนยันรากจริง แต่เจ็บไง กว่าจะถอนหมดขา น้ำตาก็เช็ดหัวเข่า ยิ่งขนยาว ยิ่งเจ็บมาก ฮือออ

แต่ที่ O-Derma Hair Remover Foam มูสละลายขน เคลมว่ากำจัดขนถึงโคน ส่วนตัวน้ำตาลไม่เชื่ออ่ะ เพราะมันเห็นๆอยู่ ว่ามีบางบริเวณที่เป็นตอดำๆ เหมือนยังมีรากอยู่เลย เหมือนมูสมันกัดแค่ขนออกไป แต่ไม่ได้กำจัดขนขนาดดึงรากออกไปน่ะ แต่ถ้าถามว่าโอเคมั๊ย ก็ถือว่าโอเค เพราะขั้นตอนการใช้กำจัดขน มันง่ายจริง และขนละลายออกมาให้เห็นจริงๆ ดูตามคลิปสั้นๆด้านล่างได้เลยจ้า เป็นตอนที่เช็ดมูสออกมานะคะ


ใครดูแล้วสนใจอยากลองของบ้าง พุ่งตัวไปสั่งซื้อได้ที่หน้าแฟนเพจ O-Derma Thailand ได้เลยค่ะ

ขนาดบรรจุ 120 ml. / ราคา 490 บาท / เลขที่จดแจ้ง 10-2-5970747

และปิดท้ายด้วย Before & After ... ตอนนี้ขนไม่ดกแล้ว งั้นขอจบรีวิวแล้วไปหาขาสั้นใส่โชว์ขาก่อนนะคะ บายยย



ฝากกด Like Fanpage ให้ด้วยน๊าาา จิ้มปุ่มด้านล่างได้เลยจ้า :)


****************************

Update :

ตอนที่รีวิว O-Derma Hair Remover Foam มูสละลายขน ไป มีคนสงสัยว่า ใช้แล้วขนใหม่เป็นไง? ขนคุดมั๊ย? ขนยาวเร็วรึเปล่า? น้ำตาลเลยจะมาอัพเดทผลให้ทราบกันค่ะ

หลังจากใช้งาน O-Derma Hair Remover Foam มูสละลายขน ผ่านไป 7 วัน ขนก็เริ่มงอกใหม่ คือมันก็งอกมาเรื่อยๆตั้งแต่ 3 วันแรก แต่ยังไม่ได้ชัดมาก พอเข้าวันที่ 7 ก็จะเริ่มเห้นชัด ลักษณะขนไม่คุด แต่จะไม่ได้เป็นขนอ่อนเหมือนเวลาแว็กซ์หรือใช้เครื่องถอน มันจะเป็นตอๆ เหมือนตอนโกน ดูจากภาพเลยจ้า

แต่สรุป ก็ยังพอใจนะ เพราะใช้ง่าย ไม่เจ็บ ขนไม่คุด ถึงขนใหม่จะงอกไวไปซักหน่อยก็เถอะ แต่สำหรับคนที่ขนบาง คิดว่าน่าจะโอเคนะคะ ใครสนใจ ไปหาซื้อกันได้ค่ะ ที่ซื้อบอกไปแล้ว กลับไปอ่านข้างบนเนาะ วันนี้ไปแล้วค่ะ บายค่าาาาา ^-^



หมายเหตุ : ผลิตภัณฑ์นี้ ได้รับการสนับสนุนจาก O-Derma และ https://th.revu.net

อ่านต่อ >>>

วันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2559

รีวิว W7 Sponge Applicator จะปล่อยให้มือเลอะเวลาแต่งหน้าไปทำไม? มาใช้แปรงเกลี่ยรองพื้นกันดีกว่า

ใครกำลังมีปัญหามือเลอะหลังลงรองพื้นกันบ้างคะ?  แล้วบางทีแล้วเผลอเอามือไปจับเสื้อผ้า มันจะเป็นคราบรองพื้นติดเป็นปื้นที่เสื้อเลย ยิ่งช่วงนี้ต้องใส่สีเข้ม ถ้าเลอะเสื้อผ้าขึ้นมาทีก็คือแย่อ่ะค่ะ ซึ่งถ้าใครกำลังเจอปัญหาแบบเดียวกันนี้อยู่ วันนี้น้ำตาลมีตัวช่วยใหม่ ที่มาช่วยแก้ปัญหานี้มารีวิวให้ดูกัน นั่นคือ W7 Sponge Applicator (สปองจ์ แอพพลิเคเตอร์)



W7 Sponge Applicator (สปองจ์ แอพพลิเคเตอร์) แปรงเกลี่ยรองพื้นที่จะช่วยทำให้สาวๆสะดวกในการแต่งหน้ามากขึ้น ขนาดกระทัดรัด พกพาสะดวก วัดความยาวจากปลายแท่งไม่ถึงปลายแหลมฟองน้ำได้ 15 ซม. ด้ามจับที่เป็นไม้นอกจากสวยแล้วยังจับได้ถนัดมือ ไม่ลื่น ไม่หลุด


และความพิเศษของ W7 Sponge Applicator (สปองจ์ แอพพลิเคเตอร์) นี้ก็คือ แปรงเกลี่ยรองพื้นอันนี้ทีหัวฟองน้ำถึง 3 แบบในแท่งเดียว!!! ทำให้เราสามารถใช้ได้ทั่วทั้งใบหน้า
- ด้านเรียบ ใช้กับบริเวณกว้างเช่นแก้ม-หน้าผาก
- ด้านแหลมที่ปลายฟองน้ำ ใช้เก็บตามมุมหางตา มุมหัวตา ข้างจมูก
- ส่วนด้านนูน น้ำตาลไม่ได้ใช้อ่ะ แค่ 2 ด้าน ก็ทาครบทั้งหน้าแล้ว 555


วิธีการใช้ W7 Sponge Applicator (สปองจ์ แอพพลิเคเตอร์) แปรงเกลี่ยรองพื้นให้เนียน ให้ทำ 3 ขั้นตอนแบบนี้นะคะ

1. นำโฟมฟองน้ำไปจุ่มน้ำ และบีบน้ำทิ้ง ให้ตัวโฟมฟองน้ำแห้งหมาด ๆ


2. บีบครีมรองพื้นไว้ที่หลังมือ และนำโฟมฟองน้ำไปแตะ ๆ ที่รองพื้น


3. หลังจากนั้นนำโฟมฟองน้ำที่มีรองพื้นติดอยู่ มากด ๆ ให้ทั่วใบหน้า ค่อยๆเกลี่ยรองพื้นให้เรียบเนียน


จากการทดลองใช้ รู้สึกว่า W7 Sponge Applicator (สปองจ์ แอพพลิเคเตอร์) ใช้งานได้ง่ายมากๆ ตัวฟองน้ำนุ่ม เนื้อละเอียด ไม่รู้สึกระคายผิวเวลาใช้เลย เกลี่ยรองพื้นได้เนียนดี ด้ามจับทำจากไม้ จับถนัดมือ ตัวฟองน้ำมีทั้งด้านแบน ด้านนูน สามารถใช้งานได้ทั่วทั้งใบหน้า หัวแหลมตรงปลาย ก็สามารถใช้กับบริเวณมุมหัวตา ข้างจมูกได้ด้วย สะดวกและง่ายสุดๆ


แต่ปกติแล้วน้ำตาลจะแต่งหน้าในรถอยู่บ่อยๆ ทำให้ไม่ค่อยสะดวกกับการต้องเอาฟองน้ำไปชุบน้ำก่อน ซึ่งจากการทดลองเกลี่ยรองพื้นแบบไม่จุ่มน้ำ ก็สามารถทำได้ดีเหมือนกัน แต่จุ่มน้ำจะเกลี่ยได้ง่ายกว่า เนียนกว่า ดูหนาน้อยกว่านะ

ใครสนใจอยากได้ W7 Sponge Applicator มีจำหน่ายที่ EveAndBoy หรือจะสั่งซื้อจากหน้าเว็บของ W7 โดยตรงเลยก็ได้ ที่ http://w7.co.th ราคาเบาๆ แค่ 295 บาทเท่านั้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือติดตามข่าวสารของ W7 ได้ที่แฟนเพจ  www.facebook.com/W7CosmeticsThailand จ้า


ฝากกด Like Fanpage ให้ด้วยน๊าาา จิ้มปุ่มด้านล่างได้เลยจ้า :)




หมายเหตุ : ผลิตภัณฑ์นี้ ได้รับการสนับสนุนจาก W7 และ https://th.revu.net


อ่านต่อ >>>

วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2559

รีวิว Hada Labo Face Wash ล้างหน้าให้สะอาดหมดจดแบบสาวญี่ปุ่น ด้วยโฟมล้างหน้าฮาดะ ลาโบะ

ผิวสวยสดใส ดูสุขภาพดี เชื่อว่าใครๆก็อยากมีใช่ไหมคะ? ซึ่งนอกเหนือจากการบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอแล้ว สิ่งที่สำคัญมากๆอีกอย่างหนึ่งก็คือ "การล้างหน้า" ดังนั้นสิ่งสำคัญที่เราไม่ควรมองข้ามก็คือ "โฟมล้างหน้า"

ดังนั้นวันนี้น้ำตาลเลยจะขอมาแนะนำโฟมล้างหน้าที่ช่วยให้ทำความสะอาดผิวหน้าของเราให้สะอาดหมดจด ไม่ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื่น และเติมเต็มความนุ่มชุ่มชื่นให้ผิวหลังล้างได้ แถมยังทำให้ผิวหน้านุ่มชุ่มชื่นไม่แห้งตึง พร้อมโชว์ผิวสวยใสแบบสาวญี่ปุ่นได้อย่างมั่นใจ นั่นคือ Hada Labo Face Wash (ฮาดะ ลาโบะ เฟส วอส) นั่นเอง!!!


Hada Labo Face Wash (ฮาดะ ลาโบะ เฟส วอส) คือ โฟมล้างหน้า สำหรับทำความสะอาดผิวหน้าด้วยคุณค่าจากธรรมชาติ มีส่วนผสมหลัก คือ Hyaluronic Acid ที่ช่วยเติมเต็ม และกักเก็บความชุ่มชื่น ทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื่นไม่แห้งตึงหลังล้างหน้า

นอกจากนี้คนที่ผิวบอบบางแพ้ง่ายก็สามารถใช้ Hada Labo Face Wash (ฮาดะ ลาโบะ เฟส วอส) ได้ เพราะโฟมล้างหน้าตัวนี้ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ น้ำมันแร่ น้ำหอม และสี แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนใช้ก็ควรเทสที่หลังหู หรือท้องแขนก่อนนะคะ

Hada Labo Face Wash (ลักษณะเป็นหลอดพลาสติกสีขาว มีตัวอักษรญี่ปุ่นเขียนเต็มหลอด จัดมีรูปภาพต้นอ่อนของต้นไม้ หน้าตาคล้ายๆต้นถั่ว และมีแถบสีม่วงเขียว อ่านอะไรไม่ออกเลยซักตัว ยกเว้นคำว่า Hada Labo แต่อย่าไปสนใจด้านหน้าค่ะ ขอให้พลิกมาข้างหลัง จะพบฉลากภาษาไทยแปะหรา มั่นใจได้ว่าซื้อไม่ผิดแน่นอน 555+++


Hada Labo Face Wash (ฮาดะ ลาโบะ เฟส วอส) มีทั้งหมด 2 สูตร ให้เลือกใช้ได้ตามความต้องการ
สูตรแรก คือ Hada Labo Softening & Whitening Face Wash : โฟมล้างหน้า เพื่อผิวกระจ่างใส นุ่มชุ่มชื่น
สูตรสอง คือ Hada Labo Deep Clean & Blemish Control Face Wash : โฟมล้างหน้า เพื่อผิวสะอาดล้ำลึก ลดปัญหาสิว

ซึ่งวันนี้น้ำตาลจะมารีวิว Hada Labo Deep Clean & Blemish Control Face Wash ซึ่งเป็นโฟมล้างหน้า เพื่อผิวสะอาดล้ำลึก ลดปัญหาสิว โดยเค้ามาพร้อมคุณสมบัติอัดแน่นเต็มหลอด นั่นคือ
- ผสานคุณค่าจากธรรมชาติ ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างล้ำลึก
- ไม่ทำให้ผิวแห้งตึงด้วยแร่ธาตุจากดินภูเขาไฟ 
- ช่วยลดปัญหาสิวให้ผิวเนียนใสด้วยซาลิไซลิค แอซิด 
- พร้อมเติมเต็มและกักเก็บความชุ่มชื่นผิวด้วยไฮยาลูโรนิค แอซิด 
-สูตรอ่อนโยน ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ น้ำมันแร่ น้ำหอม และสี


ตัวเนื้อโฟมล้างหน้าจะเป็นสีขาว เนื้อสัมผัสเป็นครีมๆข้นๆ มีกลิ่นนิดๆ บรรยายไม่ถูกว่ากลิ่นเหมือนอะไร คือไม่หอมแต่ก็ไม่ได้เหม็น เนื้อโฟมไม่มีเม็ดบีดส์แทรกอยู่ ดังนั้นไม่บาดหน้าแน่นอน ลองปาดดูที่ฝ่ามือก็ไม่ไหลย้อย เข้มข้นพอสมควรค่ะ


ต่อไปเข้าสูขั้นตอนการตีฟองโฟมเพื่อล้างหน้า จริงๆแล้วใครมีตาข่ายก็สามารถเอามาใช้กับโฟม Hada Labo Face Wash ได้นะคะ แต่สำหรับรีวิววันนี้ น้ำตาลขอใช้มือถูตามแบบปกติ โดยในภาพแรกจะเป็นการถูแบบหยดน้ำลงไปนิดเดียว ฟองที่ได้ก็จะเป็นฟองแบบละเอียดๆ นี่ถ้าได้ตีโฟมกับตาข่าย น่าจะเป็นวิปโฟมที่ดีงามเลยทีเดียวน๊า


แต่ถ้าใครหยดน้ำลงไปเยอะๆหน่อย จะได้ปริมาณฟองโฟมที่เยอะขึ้น แต่ลักษณะของตัวฟองโฟม จะไม่ละเอียดเท่าแบบแรก ใครชอบแบบฟองฟ่อด เหยาะน้ำลงไปโลดดดดดดไหน เลือกกันตามสะดวกตามใจตามอัธยาศัยได้เลยค่ะ


วิธีล้างหน้าสำหรับน้ำตาลไม่มีเทคนิคอะไรเป็นพิเศษค่ะ แค่พยายามล้างอย่างเบามือที่สุด ไม่ถูหน้าแบบแรงๆ และระหว่างล้างหน้าก็จะใช้ปลายนิ้ว นวดวนๆไปทั่วหน้า เพื่อเป็นการทำความสะอาดผิวและนวดกระตุ้นผิวหน้าไปพร้อมๆกัน หลังจากนั้นก็ล้างด้วยน้ำสะอาดตามปกติได้เลย


ความรู้สึกหลังใช้ พอใจมากค่ะ รู้สึกผิวหน้าสะอาด ความมันลดลง แต่ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง เอานิ้วปาดที่ผิวยังรู้สึกได้ถึงความชุ่มชื่นของผิว และผิวนุ่มเด้งดีค่ะ

ส่วนที่บอกว่า Hada Labo Deep Clean & Blemish Control Face Wash สูตรนี้ช่วยลดสิวได้ด้วย อันนี้ไม่แน่ใจเพราะปกติไม่ได้เป็นสิวเท่าไหร่ แต่ใช้สูตรนี้เพื่อป้องกันสิวไว้ก่อนค่ะ กันไว้ดีกว่าแก้เนอะ


สำหรับใครที่อยากหน้าใสเด้งดึ๋งอิ่มน้ำแบบสาวญี่ปุ่น ต้องเริ่มที่การล้างหน้าด้วย Hada Labo Face Wash นี่เลยจ้า เค้ามี 2 ขนาดให้เลือกกันได้ตามชอบเลยนะ ขนาดใหญ่ ขนาด 100 กรัม ราคา 175 บาท ตามไปซื้อกันได้ที่ Supermarket และ health & beauty store ชั้นนำ หรือถ้าอยากได้ขนาดเล็กแบบพกพาสะดวกก็มี ขนาด 50 กรัม ราคา 89 บาท ซื้อได้ที่ 7-Eleven เค้าก็มีขายทุกสาขาเลย

ใครอยากดูข้อมูลอื่นๆเพิ่มเติม ตามไปส่องกันที่แฟนเพจ We Love Hada Labo ได้เลยจ้า >>>  https://www.facebook.com/WeLoveHadaLabo


ฝากกด Like Fanpage ให้ด้วยน๊าาา จิ้มปุ่มด้านล่างได้เลยจ้า :)




หมายเหตุ : ผลิตภัณฑ์นี้ ได้รับการสนับสนุนจาก Hada Labo และ https://th.revu.net

อ่านต่อ >>>

วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2559

รีวิว แชมพูแห้ง Batiste Dry Shampoo Clean & Classic Original ไอเท่มสำคัญสำหรับคนไม่ชอบสระผม!!!

ค่ะ ตามที่จั่วหัวเลยแหละ ขอสารภาพตามตรงเลยว่า น้ำตาลนี่แหละ คือคนนึ่งที่โคตรจะไม่ชอบสระผมเลย อาจจะฟังดูซกมกนะ แต่ว่าขออธิบายเพิ่มนิดนึงเหอะ สาเหตุที่ไม่ค่อยชอบสระผม เพราะน้ำตาลเป็นคนผมยาวมากค่ะ + ผมเยอะ + ผมเส้นใหญ่เข้าไปอีก ทำให้การสระผมแต่ละครั้ง ต้องรอผมแห้งนาน มว๊ากกกกกก (ก.ไก่ล้านตัว) จะเช็ด จะไดร์ จะหนีบ จะม้วน โอ้ยยยยย เมื่อยแขน และใช้เวลายาวนานเกิ๊น

แต่ตอนนี้ น้ำตาลได้เจอตัวช่วยใหม่ อย่าง Batiste Dry Shampoo ภาษาไทยเรียก ดรายแชมพู หรือแบบง่ายๆบ้านๆกว่านั้น ก็คงเรียกว่าแชมพูแห้งนั่นเอง ที่เรียกแชมพูแห้ง ก็เป็นเพราะว่าใันสามารถช่วยปรับสภาพผมที่มันเยิ้มให้ดูดีขึ้นในเวลาไม่กี่นาที!!! อั๊ยยะๆๆๆ เจอของดีขนาดนี้ ไปลองสิคะ รออะไร???


Batiste Dry Shampoo ที่จะมารีวิววันนี้เป็นสูตร Clean & Classic Original ค่ะ จริงๆมันมีหลายกลิ่นแหละ แต่วันนี้จะขอลองแบบดั้งเดิมดูก่อนดีกว่า อย่างที่บอกไปแล้วว่า Batiste Dry Shampoo คือ แชมพูแห้ง มีลักษณะเป็นสเปรย์ทำความสะอาดเส้นผมโดยไม่ต้องสระ ใช้งานง่ายเพียงแค่สเปรย์ลงบนเส้นผม ช่วยขจัดความมัน ให้ผมลีบแบนให้กลับมามีชีวิตชีวาโดยไม่ง้อน้ำ มอบกลิ่นหอมสะอาดสดชื่นและช่วยให้เส้นผมดูมีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น สามารถใช้ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงด้วยนะ


คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีใช้งาน และรายละเอียดต่างๆ มีฉลากภาษาไทยติดไว้ชัดเจนที่หลังกระป๋อง แต่ที่เห็นชัดเจน ที่ดูว่าเป็นข้อห้าม คำเตือนที่สำคัญ คือ ห้ามพ่นใกล้ไฟหรือบริเวณที่มีประกายไฟ ดังนั้นควรระวังกันเป็นพิเศษด้วยนคะะ

มาๆๆๆ เริ่มต้นจากการเทสดูที่แขนก่อนดีกว่าค่ะ จากที่เห็นลักษณะของ Batiste Dry Shampoo เวลาฉีดออกมาแล้ว ลักษณะจะเป็นเหมือนผงแป้งสีขาว


พอลองเอามือลูบๆดู ก็จะมีลักษณะเป็นผงขาวๆ แห้งๆ เหมือนเวลาทาแป้งเลย


พอเกลี่ยให้ทั่ว ก็จะเห็นว่าผงแป้งขาวๆเคลือบขนแขนไปหมดเลย แต่ถ้าเอาผ้ามาเช็ด ตัวผงแป้งก็จะจางลงค่ะ ดูจากภาพจะเห็นว่าบริเวณขนแขน จะกลายเป็นสีขาวไปเลย


ต่อไปทดสอบด้วยการฉีดลงบนเส้นผมกันเลยค่ะ สำหรับการใช้ Batiste Dry Shampoo Clean & Classic Original จะทดลองด้วยสภาพผมที่ไม่ได้สระมา 4 วัน!!! บอกเลยว่าความมันตรงโคนผมระดับ 10 ส่วนที่เห็นเป็นเส้นขาวๆ ไม่ได้ไฮไลท์อะไรทั้งนั้นค่ะ ผมหงอกล้วนๆ 555+++


เริ่มด้วยการหวีผมให้เรียบร้อย แล้วฉีด Batiste Dry Shampoo Clean & Classic Original ลงไป โดยเวลาฉีด ให้ขวดห่างจากเส้นผมประมาณ 30 ซม. นะคะ จะเห็นว่าเป็นสีขาวชัดเจนเลย ตอนฉีดจะมีกลิ่มหอมอ่อนๆด้วยค่ะ แต่ไม่แนะนำให้ดมนะ เพราะอย่างที่บอกว่ามันเป็นหมือนฝุ่นแป้งค่ะ ดังนั้น ควรกลั้นหายใจไว้ซักแปปตอนฉีดดีกว่าค่ะ


หลังฉีด Batiste Dry Shampoo Clean & Classic Original ลงไปแล้ว ให้เอามือขยำๆ ถูๆ ลูบๆ ยีๆ เส้นผมให้ทั่วๆ ใจเย็นๆค่อยๆยีไปค่ะ คอยดูให้สีผมมันสม่ำเสมอกันด้วย เพราะว่ากันตามจริง มันก็เหมือนเอาแป้งมาโรยหัวอ่ะนะ นวดไม่ดี ยีไม่ทั่ว จะกลายเป็นคุณป้าผมขาวไม่รู้ตัวนะ 555+++


หลังจากขยำๆไปซักแปป จะเห็นได้ชัดเลยว่าโคนผมที่มันๆ ค่อยๆลดความมันลงอย่างเห็นได้ชัด สีผมจะอ่อนลงนิดหน่อย เพราะน้ำตาลผมดำธรรมชาติ ไม่ได้ย้อมสีเลย แต่ถ้าใครที่ทำสีผมอยู่แล้ว ก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไร จะเห็นว่าความมันของผมลดไปเยอะมากเลย ผงแป้งเคลือบเส้นผมได้ดี ไม่มีตกค้างเป็นคราบเหมือนรังแค่ สามารถหวีและแต่งทรงผมได้ตามปกติ ... ต่อไปดูภาพหลังใช้กันค่ะ


หลังใช้ พอใจมากเลยค่ะ ผมดูดีขึ้นเยอะมากๆ ความมันลดลงอย่างชัดเจน จะแสกผม จะหวีปาดก็ทำได้หมดเลย และด้วยความที่ตัว Batiste Dry Shampoo Clean & Classic Original มีกลิ่นหอมอ่อนๆด้วย ดังนั้นหลังใช้ กลิ่นเหงื่อ และกลิ่นตุๆ ที่มีอยู่บนผมก็จะจางลงไปด้วย คือกลิ่นแค่จางลงนะคะ แต่ไม่ได้หายไป ไม่ได้กลับมาหอมเหมือนสระผมนะ ยังไงสระผมก็สะอาดและสดชื่นกว่าค่ะ


ใครสนใจลองถามอากู๋(เกิ้ล) ดูได้เลยนะคะ ว่าจะซื้อได้ที่ไหน แต่เท่าที่เจอ จะมี 2 ขนาด คือ ขวดยาวขนาดจริง 200 มล.  ราคาจะอยู่ประมาณ 250 บาท ส่วนที่น้ำตาลเอามารีวิว จะเป็นขวดเล็กขนาดพกพา 50 มล. จ้า

ปล. หลังใช้  Batiste Dry Shampoo Clean & Classic Original น้ำตาลยังสามารถหมักหมม ไม่สระผมต่อไปได้อีก 2 วันด้วยแหละ โดยคนรอบข้างไม่ทัก ไม่รู้สึกถึงความผืดปกติ ดี๊ย์ดีเนอะ 555+++ (มันใช่เรื่องน่าโชว์ม๊ายยยยย) พอแค่นี้ดีกว่า บรัยยยยย ^^

ฝากกด Like Fanpage ให้ด้วยน๊าาา จิ้มปุ่มด้านล่างได้เลยจ้า :)




หมายเหตุ : ผลิตภัณฑ์นี้ ได้รับการสนับสนุนจาก Batiste Dry Shampoo และ https://th.revu.net

อ่านต่อ >>>

วันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2559

รีวิว Bohktoh ONE False Eyelashes ขนตาปลอมบอกต่อ ที่ใครๆก็บอกต่อ ดียังไง เริ่ดแค่ไหนไปดูกัน!!!

ขอออกตัวไว้ก่อนเลยนะคะว่าปกติเป็นคนไม่ิดขนตาปลอมเท่าไหร่ เพราะคิดว่าการติดขนตาปลอมมันควรเอาไว้ใช้กับโอกาศพิเศษหรือสถานที่พิเศษ เช่นไปออกงาน ไปพบลูกค้า เป็นต้น

แต่วันนี้มีขนตาปลอม Bohktoh ONE False Eyelashes ที่เค้าเคลมไว้ว่า เป็นขนตาปลอมที่เน้นเพิ่มความยาวให้ขนตาแบบเป็นธรรมชาติ  เหมาะสำหรับติดได้ทุกวัน และยังมีความพิเศษเพราะผลิตจากเส้นผมแท้ (lashes Handmade) และใช้แกนไหม เพื่อไม่ให้เคืองตาเวลาใช้งาน


หน้าตาของขนตาปลอมบอกต่อ จะเป็นกล่องสีฟ้าขาวแบบในภาพเลยค่ะ พร้อมโชว์ขนตาปลอมให้เห็น ใครอยากได้ขนตาแน่นแค่ไหน เลือกได้ตามชอบเลยค่ะ

สำหรับขนตาปลอม Bohktoh ONE False Eyelashes จะมีทั้งหมด 3 เบอร์ คือ BT01 , BT02 , BT03 เรียงลำดับตามความแน่นความหนาค่ะ (แต่ในภาพเรียงกลับกันนะ)


ซึ่งตัวที่จะมาลองรีวิววันนี้ คือ เบอร์ BT03 ซึ่งเป็นเบอร์ที่ขนตาแน่นที่สุด หนาที่สุดค่ะ ลักษณะขนตาดูเป็นแพหนา เวลาจับเส้นขนตาจะลื่นๆ แอบรู้สึกว่าขนตาปลอมนุ่มลื่นกว่าผมเราจริงๆด้วยแหละ 555+++

คำเตือน : ในกล่องไม่ได้แถมกาวติดขนตามาด้วยนะคะ ใครยังไม่มี อย่าลืมหาซื้อกาวมาด้วยล่ะ


ใครที่ติดขนตาปลอมไม่เป็น ก็ไม่ต้องกลัวนะคะ เพราะหลังกล่องเค้ามีคำอธิบายไว้ละเอียดยิบ ทำตามได้เลย ไม่ต้องกลัว จะติดเอียงติดเบี้ยวไปบ้าง ก็ค่อยๆแก้ไปค่ะ ติดบ่อยๆก็เก่งไปเอง

วิธีติดขนตาปลอม
ถ้าใครอยากดัดขนตาก่อนก็ดัดได้เลยค่ะ หลังจากนั้นเอาขนตาปลอมมาทาบที่ตาเพื่อวางตำแหน่ง ถ้าขนตาปลอมยาวเกินไปก็ตัดออกให้ได้ขนาดที่พอดี ทากาวบางๆ ที่ขอบขนตาปลอม ทิ้งไว้ประมาณ 30 วินาทีจนกาวเริ่มแห้ง ติดขนตาปลอมให้ชิดแนวขนตามากที่สุด เพื่อความเป็นธรรมชาติ


เริ่มต้นจากภาพ Before นะคะ ลงรองพื้น เขียนคิ้ว และใส่บิ๊กอายเรียบร้อยแล้ว โดยจะไม่ดัดขนตาจริงก่อนติดขนตาปลอม และไม่ตัดขนตาปลอมออกด้วยค่ะ เพราะอยากได้ลุคที่ขนตายาวเลยหางตาไปนิดหน่อย เพื่อให้ตาดูยาวขึ้นโตขึ้น


ติดแล้วข้างนึง เปรียบเที่ยบกับอีกข้างที่ยังไม่ได้ติด เห็นความแตกต่างเลยเนอะ

อ่อ ... เคล็ดลับเล็กน้อยสำหรับใครที่มีชั้นตาหลบในแบบน้ำตาล วิธีการติดขนตาปลอม ให้ติดแบบเว้นช่วงหัวตาไว้นิดนึงนะคะ จากในภาพก็จะเริ่มติดตั้งแต่ขอบบิ๊กอายเป็นต้นไปค่ะ เพื่อที่เวลากระพริบตา ขนตาปลอมบริเวณหัวตาจะได้ไม่หลุด และไม่ทำให้เคืองตาด้วยค่ะ


ติดครบทั้ง 2 ข้าง ใครอยาดปัดมาสคาร่าเพิ่มก็ปัดได้เลยนะคะ แต่ลุคนี้ไม่ปัดค่ะ อยากแต่งให้น้อยที่สุด ดูธรรมชาติที่สุดค่ะ ภาพรวมดูหวานๆแบ๊วๆดี แต่ยังดูหน้าจืดไปหน่อย งั้นขอแต่งแก้มกับปากเพิ่มนิดนึงนะคะ


เสร็จแล้วค่ะ Finish Look จะเป็นแบบที่ใช้เครื่องสำอางน้อยชิ้นมากๆ แปกรณ์มีแค่ รองพื้น ที่เขียนคิ้ว ลิปสติกใช้สำหรับทาแก้ม+ทาปาก และขนตาปลอม Bohktoh ONE False Eyelashes แค่นี้ก็ได้ลุคดูธรรมชาติ แบ๊วๆ ใสๆ พร้อมออกนอกบ้านแล้วค่ะ


จากการใช้งานจริง พอใจมากค่ะ ไม่คิดว่าจะออกมาดูเป็นธรรมชาติขนาดนี้ ถึงขนตาปลอมจะดูเป็นแพหนา แต่พอติดออกมาจริงๆ ดูธรรมชาติมากๆ ไม่รู้สึกหนักขนตา และเวลามองก็มองเห็นได้ชัดเจน ขนตาปลอมไม่บังการมองเห็นเลย ดีสุดๆ และถึงจะแต่งหน้าน้อยมาก แค่ติดขนตาปลอมก็ช่วยให้ดูดีขึ้นได้

อีกข้อคือ สำหรับคนที่ใส่บิ๊กอายแบบตาโต ขนตาปลอม Bohktoh ONE False Eyelashes ช่วยทำให้ดวงตาดูมีมิติ ดูหวานมากขึ้น ไม่ดูตาโตแปลกๆเหมือนตาเอเลี่ยนด้วยค่ะ

ข้อควรระวัง
เวลาดึงออกจากกล่อง ให้เบามือหน่อยนะคะ น้ำตาลดึงแรงไป หางขนตาหลุดมา 2 กระจุกเลย อาจเพราะใช้แหนบดึงด้วยมั๊ง แหนบอาจจะคมเกินไป แต่ยังดีที่หลุดตรงบริเวณหาง ตัวขนตาปลอมเลยยังใช้ได้ปกติ ไม่ดูแหว่งอะไร ยังไงก็ระวังกันหน่อยนะคะ


ใครสนใจสั่งซื้อ สามารถเลือกซื้อ เลือกรุ่นได้ที่ http://www.lashesbasket.com หรือตามร้านค้าทั่วไป ราคาคู่ละ 89 บาท แต่ถ้าใช้บ่อยๆ หรือมีเพื่อนหาร แนะนำว่าซื้อเป็นแพคใหญ่ 10 คู่ จะคุ้มกว่ามากเลยค่ะ

และขนตาปลอม Bohktoh ONE False Eyelashes นี้ ยังสามารถใช้ซ้ำได้ด้วยนะคะ คุ้มสุดๆไปเลย ขอย้ำอีกครั้ง ในกล่องไม่ได้แถมกาวติดขนตามาด้วยนะคะ ใครยังไม่มีกาวติดขนตาปลอม อย่าลืมหาซื้อกาวมาด้วยจ้า

ฝากกด Like Fanpage ให้ด้วยน๊าาา จิ้มปุ่มด้านล่างได้เลยจ้า :)




หมายเหตุ : ผลิตภัณฑ์นี้ ได้รับการสนับสนุนจาก ขนตาปลอม Bohktoh และ https://th.revu.net
อ่านต่อ >>>